รายงานความคืบหน้าการดำเนินการตามมาตรา 165 แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 ในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2568 - มกราคม 2569
รายงานความคืบหน้าการดำเนินการตามมาตรา 165 แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 ในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2568 - มกราคม 2569

คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบและเห็นชอบตามที่สำนักงาน ก.พ.ร. เสนอ ดังนี้
1. รับทราบรายงานความคืบหน้าการดำเนินการตามมาตรา 165 แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 ในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2568-มกราคม 2569 (รายงานความคืบหน้าฯ)
2. เห็นชอบให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (กษ.) กระทรวงอุตสาหกรรม (อก.) และสำนักงาน ก.พ.ร. ดำเนินการตามมาตรา 165 แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 ในระยะต่อไป
สาระสำคัญของเรื่อง
สำนักงาน ก.พ.ร. รายงานว่า
1. พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 17 ตุลาคม 2565 โดยมาตรา 165 บัญญัติให้ภายใน 2 ปี นับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ (ภายในวันที่ 16 ตุลาคม 2567) ให้ประธานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ประธาน ก.พ.ร.) เชิญผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและหัวหน้าหน่วยงานที่รับผิดชอบปฏิบัติการตามกฎหมายเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมาร่วมกันพิจารณาเพื่อดำเนินการให้หน่วยงานดังกล่าวรับผิดชอบในการป้องกันและปราบปราม การสืบสวน และการสอบสวนการกระทำความผิดเกี่ยวกับกฎหมายนั้น ๆ ทั้งหมดหรือบางส่วนตามที่จะได้ตกลงกัน โดยคำนึงถึงประสิทธิภาพและการบูรณาการในการปฏิบัติหน้าที่ และการแบ่งเบาภารกิจของ ตร. และให้สำนักงาน ก.พ.ร. รายงานความคืบหน้าต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อทราบทุกสามเดือน ซึ่งที่ผ่านมาสำนักงาน ก.พ.ร. ได้รายงานความคืบหน้าฯ มาแล้ว จำนวน 8 ครั้ง โดยล่าสุดสำนักงาน ก.พ.ร. ได้รายงานความคืบหน้าฯ ในช่วงเดือนพฤษภาคม - ตุลาคม 2568 และคณะรัฐมนตรีได้มีมติรับทราบแล้วเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2568
2. ในครั้งนี้สำนักงาน ก.พ.ร. ได้รายงานความคืบหน้าการดำเนินการ ตามมาตรา 165 แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 ในช่วงเดือน พฤศจิกายน 2568 - มกราคม 2569 ซึ่ง ทส. กษ. อก. และ ตร. ได้ดำเนินการด้านการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ภายใต้กรอบกฎหมายรวม 11 ฉบับ ครอบคลุมประเด็นต่าง ๆ มีสาระสำคัญสรุปได้ ดังนี้
2.1 ทส. กษ. และ อก. ได้รายงานผลการดำเนินการตามคู่มือหรือแนวทางการปฏิบัติงานของพนักงานเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติงานด้านการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดังนี้
|
หน่วยงาน |
ผลการดำเนินการ |
|
ทส. |
ทส. ได้ดำเนินคดีเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมภายใต้กรอบกฎหมาย 8 ฉบับ รวมจำนวน 960 คดี โดยเป็นกรณีที่หน่วยงานภายในของ ทส. ดำเนินการได้เองจำนวน 949 คดี และเป็นการดำเนินการร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จำนวน 11 คดี ซึ่งเป็นการบูรณาการในการปฏิบัติหน้าที่ร่วมกันและสนับสนุนให้แต่ละภารกิจบรรลุวัตถุประสงค์และ |
|
กษ. |
กษ. ได้ดำเนินคดีเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมภายใต้กฎหมาย ว่าด้วยการประมง 2 ฉบับ รวมจำนวน 96 คดี พบปัญหาในการปฏิบัติงาน เช่น (1) ผู้กระทำความผิดแล่นเรือประมงหลบหนีไปในพื้นที่น้ำตื้นเป็นเหตุให้เรือตรวจการประมงของพนักงานเจ้าหน้าที่ไม่สามารถเข้าไปทำการจับกุมได้ (2) ผู้ต้องหาหลบหนีระหว่างถูกควบคุมตัว (3) ผู้ต้องหาโยนเครื่องมือทำการประมงที่ใช้ในการกระทำความผิดลงน้ำเพื่อทำลายหลักฐาน |
|
อก. |
อก. ได้ดำเนินคดีเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมภายใต้พระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 รวมจำนวน 3 คดี โดยเป็นกรณีที่ อก. ได้ดำเนินการเอง จำนวน 1 คดี คือ การลักลอบทำเหมืองแร่ตะกั่วในพื้นที่จังหวัดเลย และเป็นกรณีที่ อก. ได้ดำเนินการร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จำนวน 2 คดี ได้แก่ การลักลอบทำเหมืองแร่ดีบุกในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีและการลักลอบทำเหมืองแร่ทองคำในพื้นที่จังหวัดเลย |
หมายเหตุ : *ข้อมูล ณ เดือนตุลาคม-ธันวาคม 2568
2.2 ตร. ได้จัดทำร่างพระราชกฤษฎีกาถ่ายโอนหน้าที่และอำนาจเกี่ยวกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของ ตร. ให้แก่หน่วยงานผู้รับผิดชอบตามกฎหมาย พ.ศ. .... เสนอคณะรัฐมนตรีแล้ว ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 อนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (สคก.) ตรวจพิจารณาต่อไป สำหรับการปรับโครงสร้างและอัตรากำลังของกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) อยู่ระหว่างดำเนินการ
3. การดำเนินการตามมาตรา 165 แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 ในระยะต่อไป
3.1 ให้ ตร. เร่งปรับโครงสร้างและอัตรากำลังของ บก.ปทส. โดยเกลี่ยอัตรากำลังไปปฏิบัติงานในภารกิจที่ขาดแคลนอัตรากำลังหรือนโยบายที่มีความจำเป็นเร่งด่วนและจัดทำแผนพัฒนาเจ้าหน้าที่ตำรวจในสถานีตำรวจท้องที่ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการดำเนินภารกิจด้านการสอบสวนคดีเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในระดับพื้นที่ให้แล้วเสร็จ และรายงานผลการดำเนินการให้สำนักงาน ก.พ.ร. ทราบ เพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป
3.2 ให้ ทส. กษ. และ อก. รายงานผลการดำเนินการตามคู่มือ หรือแนวทางการปฏิบัติงานของพนักงานเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติงานด้านการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้สำนักงาน ก.พ.ร. ทราบเพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป
(โปรดตรวจสอบมติคณะรัฐมนตรีที่เป็นทางการจากสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง)
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล (นายกรัฐมนตรี) 10 มิถุนายน 2569
g2













