รายงานผลการพิจารณาศึกษา เรื่อง สถานการณ์และปัญหาการบริโภคผลิตภัณฑ์บุหรี่ไฟฟ้าของคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา

Category: มติ ครม.
Published on Thursday, 11 June 2026 04:32
Hits: 463

 

รายงานผลการพิจารณาศึกษา เรื่อง สถานการณ์และปัญหาการบริโภคผลิตภัณฑ์บุหรี่ไฟฟ้าของคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา

 

Gov 5

 

          คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบรายงานผลการพิจารณาศึกษา เรื่อง สถานการณ์และปัญหาการบริโภคผลิตภัณฑ์บุหรี่ไฟฟ้า ของคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา ตามที่กระทรวงสาธารณสุขเสนอ และแจ้งให้สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาทราบต่อไป

          เรื่องเดิม

          1. คณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา เห็นว่า ปัจจุบันประเทศไทยกำลังเผชิญกับปัญหา
การแพร่ระบาดของ “บุหรี่ไฟฟ้า” ที่ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วในกลุ่มเด็กและเยาวชน ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนและสังคม ทั้งด้านสุขภาพ และด้านกฎหมาย เนื่องจากการบริโภคบุหรี่ไฟฟ้าเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง อาทิ โรคมะเร็งปอด โรคถุงลมโป่งพอง โรคปอดอักเสบเฉียบพลัน และก่อให้เกิดฝุ่น PM 2.5 รวมถึง
ผู้ครอบครองบุหรี่ไฟฟ้าอาจมีการดัดแปลงเครื่องสูบบุหรี่ไฟฟ้าให้เป็นอุปกรณ์ที่สามารถนำสารเสพติดชนิดอื่น ๆ ที่ผิดกฎหมายผสมลงไปซึ่งยากต่อการตรวจจับ

          2. รองนายกรัฐมนตรี (นายโสภณ ซารัมย์) ในขณะนั้น สั่งและปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรีพิจารณาแล้วมีคำสั่งให้ สธ. เป็นหน่วยงานหลักรับรายงานและข้อเสนอแนะของคณะกรรมาธิการฯ ไปพิจารณาร่วมกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาศึกษาแนวทางและความเหมาะสมของข้อเสนอแนะดังกล่าว และสรุปผลการพิจารณาหรือผลการดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวในภาพรวม แล้วส่งให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เพื่อนำเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป 

          สาระสำคัญของเรื่อง

          สธ. ได้พิจารณาร่วมกับหน่วยงานตามข้อ 2 และที่เกี่ยวข้องประกอบด้วยกระทรวงการคลัง สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ รวมถึงภาคีเครือข่ายด้านการควบคุมยาสูบ โดยสรุปผลการพิจารณาและผลการดำเนินการในภาพรวม ดังนี้ 

 

ลำดับ

ข้อเสนอแนะ

 

ผลการพิจารณา/ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม

1.

เห็นควรให้คงมาตรการการห้ามนำเข้าบุหรี่ไฟฟ้าอย่างเด็ดขาด (Total Ban) และปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยในระยะสั้นให้กำหนดแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนในการดำเนินการตามกฎหมายและในระยะยาวให้มีการพัฒนากฎหมายให้สอดคล้องกับบริบทของสังคม

 

- ได้มีการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัดและต่อเนื่อง โดยอาศัยฐานกฎหมายที่มีผลบังคับอยู่ในปัจจุบัน ได้แก่ (1) ประกาศกระทรวงพาณิชย์เรื่อง กำหนดให้บารากู่และบารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้าเป็นสินค้าที่ต้องห้ามในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร .. 2557 (2) คำสั่งคณะกรรมการว่าด้วยความปลอดภัยของสินค้าและบริการที่ 24/2567 เรื่อง ห้ามผลิตเพื่อขาย ห้ามขายหรือให้บริการสินค้าบารากู่ บารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า หรือตัวยาบารากู่น้ำยาสำหรับเติมบารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า (3) พระราชบัญญัติศุลกากร .. 2560 ควบคู่กับการยกระดับการปราบปรามความผิดที่เกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าทั้งในประเทศและข้ามพรมแดน รวมถึงการเร่งรัดการปิดกั้นช่องทางการจำหน่ายและการโฆษณาผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์หรือเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ทั้งนี้ รัฐบาลอาจพิจารณาตรากฎหมายเฉพาะในระดับพระราชบัญญัติ เพื่อกำหนดให้บุหรี่ไฟฟ้าเป็นสิ่งผิดกฎหมายโดยเบ็ดเสร็จครอบคลุมการห้ามผลิต การนำเข้า การจำหน่ายการโฆษณาและการสื่อสารการตลาด การโฆษณาชวนเชื่อ การครอบครอง ตลอดจนการสูบหรือการใช้บุหรี่ไฟฟ้า เพื่อเพิ่มความชัดเจนและประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมาย

2.

ควรพัฒนากลไกในการสร้างการรับรู้ถึงอันตรายและทัศนคติที่ถูกต้องเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าโดยการจัดทำแคมเปญรณรงค์หลากหลายรูปแบบ เช่นสถานศึกษาปลอดบุหรี่ 100%” เพื่อกระจายข้อมูลความรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับพิษภัยของบุหรี่ไฟฟ้าไปสู่เด็กและเยาวชน โดยเฉพาะในสถานศึกษาครอบคลุมตั้งแต่ระดับประถมศึกษามัธยมศึกษา อาชีวศึกษา และอุดมศึกษา

 

- ได้มีมาตรการเชิงป้องกันโดยมุ่งการสร้างความตระหนักรู้ถึงพิษภัยและอันตรายของบุหรี่ไฟฟ้า การสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพในการป้องกันตนเองจากบุหรี่ไฟฟ้า ผ่านความร่วมมือระหว่างหน่วยงานด้านการศึกษา
ด้านสาธารณสุข และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง

3.

ควรพัฒนาแนวทางการเลิกบุหรี่ไฟฟ้าด้วยตนเอง เช่น การจัดตั้งศูนย์ที่ปรึกษาออนไลน์ การเปิดเว็บไซต์ หรือแอปพลิเคชันเพื่อเลิกบุหรี่ไฟฟ้าด้วยตนเอง

 

- ผู้ที่ประสงค์จะเลิกสูบบุหรี่ไฟฟ้าสามารถเข้ารับคำปรึกษาและการบำบัดรักษาภาวะเสพติดได้ในสถานพยาบาลสังกัด สธ. ทั่วประเทศ ทั้งนี้ปัจจุบันยกเลิกบุหรี่ Cytisinicline (Cytisine) ได้รับการบรรจุในบัญชียาหลักแห่งชาติ ซึ่งมีประสิทธิภาพในการรักษาภาวะเสพติดนิโคตินและมีความปลอดภัยสูง

4.

ควรมีการแต่งตั้งคณะกรรมการ หรือองค์กรระดับชาติโดยทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตั้งแต่ระดับปฐมภูมิเพื่อบูรณาการการทำงานให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน มีการรวบรวมข้อมูล ข่าวสาร สถิติ และงานวิจัยในทุกมิติอย่างเป็นระบบ จัดทำข้อมูลเชิงวิชาการเพื่อกำหนดมาตรการและแนวทางปฏิบัติที่เหมาะสมและทันต่อสถานการณ์ ตลอดจนสามารถแก้ไขปัญหาบุหรี่ไฟฟ้าได้อย่างรวดเร็วและยั่งยืน

 

- สธ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้บูรณาการการทำงานของทุกภาคส่วนให้เป็นเอกภาพเพื่อป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของบุหรี่ไฟฟ้าตามนโยบายของรัฐบาลภายใต้แผนปฏิบัติงาน 4 ยุทธศาสตร์สังคมไทยปลอดบุหรี่ไฟฟ้า

 

(โปรดตรวจสอบมติคณะรัฐมนตรีที่เป็นทางการจากสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง)

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล (นายกรัฐมนตรี) 10 มิถุนายน 2569

 

 

g3

Click Donate Support Web 

GSB720x100px

ใจฟู720x100pxSME720x100 2024EXIM One 720x90 C JPTG 720x100Banner GPF720x100 PXTOA 720x100

CKPower 720x100

QIC 720x100aia 720 x100BKI 720 x 100MTI 720x100MTL 720x100ธกส 720x100