NER โดดเด่น 7 โบรกฯ มั่นใจแนวโน้มโตตามเป้า

Category: บริษัทจดทะเบียน
Published on Saturday, 06 December 2025 13:54
Hits: 476
0 Share
NER โดดเด่น 7 โบรกฯ มั่นใจแนวโน้มโตตามเป้า

IMG 2154 

NER โดดเด่น โบรกฯ มั่นใจแนวโน้มโตตามเป้า บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน)  คงคำแนะนำ 'ซื้อ' 6.25          

      เรายังคงแนะนำ 'ซื้อ' โดยมองว่าแนวโน้มผลประกอบการงวด 4Q25 จะกลับมาปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 3Q25 ได้หลังมีปริมาณขายเพิ่มขึ้น จากผลดีของการเซ็นสัญญา รับจ้าง กยท. ผลิตยางแท่ง รวมถึงผลตอบแทนเงินปันผลที่คาดว่าในช่วย 2H25 จะจ่ายอีกประมาณ 0.35 บาท/หุ้น คิดเป็นผลตอบแทนกว่า 8% ด้านผลประกอบการงวด 3Q25 มีกำไรสุทธิ 327 ล้านบาท (-10%YoY) แต่ถ้าไม่รวมรายการพิเศษจะมีกำไรปกติเพิ่มขึ้น 53%YoY สำหรับความคืบหน้าการสร้างโรงงานใหม่ ล่าสุดผู้บริหารตัดสินใจเดินหน้าก่อสร้างแล้วหลังจากที่มีคำสั่งซื้อจากลูกค้าอินเดียและ กยท. เข้ามา โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงปลายปี 26

     กำไรสุทธิในช่วง 9M25 คิดเป็นสัดส่วน 80% ของกำไรสุทธิในปี 25 ที่เราประมาณไว้ และจากแนวโน้มในช่วง 4Q25 ที่คาดปริมาณขายเพิ่มขึ้นเราจึงยังคงเป้ากำไรสุทธิทั้งปีไว้เท่าเดิมก่อนที่ 1,863 ล้านบาท (+13% YoY) โดยยังไม่รวมเงินประกันเหตุไฟไหม้ส่วนที่เหลืออีกประมาณ 180 ล้านบาทและเรายังคงคำแนะนำ 'ซื้อ' เช่นเดิม และประเมินมูลค่าเหมาะสมที่ 6.25 บาท (6.2XPER'25E)

บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด 

 

NER กำไรปกติใกล้เคียงคาดเป้าหมายสิ้นปี 2568 ที่ 6.20 บาท

     รายงานกำไรปกติ 3Q25 ที่ 339 ลบ. (-30.8% QoQ, +53.0% YoY) ใกล้เคียงกับที่คาด โดยกำไรสุทธิอยู่ที่ 327 ลบ. เนื่องจากมีผลขาดทุนจากอนุพันธ์และค่าใช้จ่ายจากอัคคีภัยรวม 47 ลบ. มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 38 ลบ. รายได้หลักอยู่ที่ 6,727 ลบ. ลดลง 11.3% QoQ จาก ASP ที่ลดลง 12.0% QoQ เป็น 59.8 บาท/กก. แต่รายได้เพิ่มขึ้น 9.1% YoY จากปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น 14.7% YoY และ ASP เพิ่มขึ้น 5.6% YoY โดยปริมาณขายอยู่ที่ 1.12 แสนตัน (คาด 1.15 แสนตัน) GPM อยูที่ 8.9% ลดลงจาก 10.5% ใน 2Q25 ตามราคาขายที่ลดลงมาก QoQ  แต่ดีขึ้นจาก 8.3% ใน 3Q24 ตาม ASP ที่ดีกว่าเล็กน้อย งบดุลยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ DE Ratio อยู่ที่ราว 1.2 เท่า ใกล้เคียงกับ 2Q25   

• แนวโน้มกำไร 4Q25 คาดเติบโต QoQ จากปริมาณขายที่คาดว่าจะเร่งตัวขึ้นที่ราว1.15 – 1.20แสนตันเพื่อให้ปริมาณขายเป็นไปตามเป้าที่ 4.7 แสนตันสำหรับทั้งปี 2025 นอกจากนี้ ASP คาดว่าจะปรับขึ้นได้เล็กน้อย QoQ อย่างไรก็ตามคาดกำไรลดลง YoY เพราะมีฐานที่สูง เนื่องจากเป็นช่วงที่ราคาขายเริ่มปรับขึ้นชัดเจนและ 4Q24 ปริมาณขายสูงถึง 1.36 แสนตัน คาดกำไรสุทธิเบื้องต้นที่ 400 ลบ.+/- 
• กำไรปกติ 9M25 อยู่ที่ 1,422 ลบ. (+19.6% YoY) คิดเป็นสัดส่วน78%จึงยังคงประมาณการและคงราคาเป้าหมายสิ้นปี 2568 อยู่ที่ 6.20 บาท ปัจจุบันซื้อขายที่ PER25 ต่ำเพียง 4.9 เท่า และคาดเงินปันผล 2H25 ที่ 0.31 บาท ให้ผลตอบแทนจากเงินปันผล 7.5% คงคำแนะนำซื้อ 

บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน)

 
      • เรายังคงคำแนะนำ Buy TP 6.10 น. โดยมีมุมมอง 'Positive' ต่อข้อมูลที่ได้รับจากงานประชุมนักวิเคราะห์ฯ เนื่องจากผู้บริหารยังคงเป้าปริมาณการขายปี 2025ที่ 470,000 ตัน และคาดบันทึกค่าเคลมประกันเพิ่มอีก 180-200 ลบ. ใน 4Q25รวมถึงแนวโน้มปี 2026คาดปริมาณการขายจะขยับขึ้นเป็น 500,000 ตัน (+6%) จากลูกค้าใหม่ในอินเดียและการผลิตให้ กยท. เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ บริษัทคาดจะสร้างโรงงานใหม่แล้วเสร็จและสามารถผลิตได้ 4Q26หนุนการเติบโตในระยะกลาง ขณะที่ Valuation ยังถูก Forword PE เพียง 4.3 เท่า (-1SD) และเป็นหุ้นปันผลสูง 8-9%/ปี
• ผู้บริหารคงเป้าปริมาณการขายปี 2025ที่ 470,000 ตัน (+7% y-y) คาดบันทึกค่าเคลมประกันราว 180-200 ลบ. ใน 4Q25F
• ปี 2026คาดปริมาณการขายราว 500,000 ตัน ปัจจัยหนุนจากลูกค้าใหม่จากอินเดีย และการผลิตให้ กยท. ราว 15,000 ตัน/เดือน
• Upside โรงงานใหม่ กำลังการผลิต 300,000 ตัน แล้วเสร็จ 4Q26F (จากเดิมที่คาดว่าจะสร้างในปี 2025F) -หนุนการเติบโตในระยะกลาง ช่วงแรกคาดผลิต 100,000 ตัน เพื่อรองรับคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นและค่อยๆ ramp up กำลังการผลิตขึ้น

บริษัทหลักทรัพย์ กรุงไทย เอ็กซ์สปริง จำกัด

 
• KTX คงคำแนะนำ Outperform ด้วยมูลค่าเหมาะสมปี 2025 ที่ 5.38 บาท อิงอัตราผลตอบแทนที่คาดหวัง 20.7% สะท้อน PER เป้าหมายที่ 4.8 เท่า Valuation Metrics บ่งชี้ว่าราคาหุ้นปัจจุบันต่ำกว่ามูลค่าพื้นฐาน ขณะที่การเติบโตของกำไรมีความสม่ำเสมอ และมุมมองเชิงเทคนิคอยู่ในระดับปานกลาง
• ปัจจัยกดดันด้านราคายางที่ลดลงและค่าเงินบาทที่แข็งค่า มีแนวโน้มที่ดีขึ้นในช่วง 4Q25ขณะที่
ปี 2026 เรามองว่าสภาพอากาศมีโอกาสเอื้อให้ราคายางปรับตัวขึ้น
• NERรายงานกำไรสุทธิ 3Q25 ที่ 327 ล้านบาท (−10% YoY, −41% QoQ) ต่ำกว่าคาดของ Bloomberg Consensus ราว 8%
• รายได้ 3Q25 อยู่ที่ 6.7 พันล้านบาท (+9% YoY, −11% QoQ) ผลักดันโดยปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นราว 15% YoY และทรงตัว QoQ สู่ระดับ 112,439 ตัน ขณะที่ราคาขายเฉลี่ยลดลง 5% YoY และ12% QoQ ตามแนวโน้มขาลงของราคายาง
• GPM อยู่ที่ 8.9% โดยขยายตัวขึ้นจาก 8.3% ใน 3Q24 แต่ลดลงจาก 10.5% ใน 2Q25 สะท้อนราคาขายที่ลดลง
• ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อรายได้ ควบคุมได้ดีที่ 2.1% เทียบกับ 2.9% ใน 3Q24 และ 2.0% ใน 2Q25
• กำไร 9M25 คิดเป็น 73% ของคาดการณ์กำไรปี 2025E ของเรา โดยเรามองเห็น Downside risk เล็กน้อยต่อประมาณการของเรา
• แนวโน้ม 4Q25E มีโอกาสฟื้นตัว QoQ โดยแรงกดดันจากราคายางขาลงและเงินบาทที่แข็งค่าน่าจะทุเลาลง ขณะเดียวกันบริษัทยังมีโอกาสรับรู้ค่าชดเชยสินไหมจากเหตุการณ์ไฟไหม้เพิ่มเติม 

 บริษัท หลักทรัพย์ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) 

 

      รายงานกำไร 3Q68 อ่อนตัว y-y และ q-q จากราคาขายเฉลี่ยลดลง ตามราคายางในตลาดโลก ขณะที่ปริมาณขายปรับตัวเพิ่มขึ้น y-y สำหรับค่าใช้จ่ายในการบริหาร เพิ่มขึ้น y-y จากผลขาดทุนจากเหตุ ไฟไหม้ โรงงานบริเวณโกดังเก็บสินค้ายางพาราราว 33 ล้านบาท นอกจากนี้คาดกำไรปี 68 ขยายตัว y-y หนุนจากคำสั่งซื้อล่วงหน้าและแนวโน้ม Demand ที่เร่งตัวขึ้น นอกจากนี้คาดรับปัจจัยบวกจาก การรับเงินชดเชยประกันจากเหตุไฟไหม้ที่ครอบคลุมค่าเสียหายใน 4Q68 แนะนำ ให้ซื้อที่ราคาพื้นฐาน 5.15 บาท 

• 3Q68กำไรอ่อนตัว y-y และ q-q : รายงานกำไร  3Q68 อ่อนตัว y-y และ q-q จากราคาขายเฉลี่ย

   ลดลงตามราคายางในตลาดโลก ขณะที่ปริมาณขาย เท่ากับ 112,439 ตัน (+14.73% y-y) ส่งผลให้รายได้จากการขาย เติบโต 9.15% y-y สำหรับค่าใช้จ่ายในการบริหาร เท่ากับ 90 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 18.59% y-y จากผลขาดทุนจากเหตุไฟไหม้ โรงงานบริเวณโกดังเก็บสินค้ายางพารา โดย มูลค่าความเสียหายตามบัญชีเท่ากับ 152 ล้านบาท บริษัทได้รับเงินชดเชยจากบริษัทประกันในไตรมาสนี้ราว 119ล้านบาทส่งผลให้ขาดทุนสุทธิราว33ล้านบาท

     • คาดกำไรปี 68 โต y-y: คาดกำไรปี 68 ขยายตัว 23%y-y หนุนจากคำสั่งซื้อล่วงหน้า และแนวโน้Demand เร่งตัวขึ้นตามการเติบโตของอุตสาหกรรมยางล้อจีน นอกจากนี้เราคาดรับปัจจัยบวกจากการรับเงินชดเชยประกันจากเหตุไฟไหม้ที่ครอบคลุมค่าเสียหายใน 4Q68 แนะนำซื้อที่ราคาพื้นฐาน 5.15บาท

บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด 

 
      • กลยุทธ์ลงทุนช่วงสั้นยังคงแนะนำ Neutral เพราะมีจุดเด่นที่ปันผลสูง โดยคาดมีเงินปันผลจ่ายจากกำไร 2H68 หุ้นละ 0.33 บาท คิดเป็น Div. Yield สูงราว 8% ขณะที่แม้ราคาหุ้นปัจจุบันจะมี Upside 20% จากราคาเป้าหมายปี 2569 ที่หุ้นละ 5.00 บาท (EPS อิงจำนวนหุ้นที่เพิ่มขึ้นจากใช้สิทธิแปลงสภาพ NER-W2 ซึ่งมี 308 ล้านหน่วย และกำหนดให้ใช้สิทธิเท่ากัน 2 ครั้งในเวลาที่เหลืออีก 7 เดือน พร้อมอิงค่าเฉลี่ย PER 3 ปีย้อนหลังล่าสุดที่ 5.5 เท่า) แต่ยังมีความเสี่ยงที่ต้องติดตามอยู่ที่มาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐซึ่งยังไม่มีรายละเอียดชัดเจนเกี่ยวกับรายการสินค้าที่ถูกจัดเก็บและสัดส่วน Local Content ที่จะถูกนำมาพิจารณาในเกณฑ์ภาษี ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานและคำสั่งซื้อในระยะถัดไป ทำให้ Risk/Reward ยังไม่คุ้มค่าสำหรับซื้อลงทุนใหม่ในช่วงสั้น
     • ผู้บริหาร NER คงเป้าปริมาณขายยางปีนี้ที่ 4.7 แสนตัน (+7%YoY) โดย 4Q68 คาดยอดขายและอัตรากำไรขั้นต้นจะดีกว่า 3Q68 เพราะราคาขายยางเริ่มดีขึ้น หลังรัฐบาลเข้ามาดูแลราคายางและพ้นช่วงที่ผู้ประกอบการแย่งกันขายจากกังวลภาษีนำเข้าสหรัฐซึ่งกดดันให้มีการแข่งขันด้านราคาสูง อีกทั้งคาดจะมีการรับรู้ยอดผลิตยางให้แก่ กยท. ราว 3 หมื่นตันในช่วง พ.ย.-ธ.ค. นี้ ส่วนเหตุไฟไหม้ที่โรงเก็บสินค้าคาดจะมีการบันทึกค่าสินไหมชดเชยเพิ่มอีกราว 200 ลบ. ในช่วง 4Q68-1Q69 ซึ่งบริษัทจะนำเงินค่าชดเชยที่ได้ไปสร้างโรงเก็บสินค้าใหม่ ขณะที่แผนขยายโรงงานแห่งที่ 3 คาดจะเริ่มสร้างต้นปีหน้าและดำเนินการผลิตได้ใน 3Q69 ซึ่งจะทำให้สามารถรองรับคำสั่งผลิตยางให้แก่ กยท. ปีละ 2.0 แสนตัน เป็นเวลา 5 ปี หลังมีการเซ็น MOU กันไปในช่วง ต.ค. ที่ผ่านมา

บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)  

 
     • NER รายงานกำไรปกติ 3Q25 (ไม่รวมค่าใช้จ่ายพิเศษและเงินเคลมประกันจากเหตุการณ์ไฟไหม้ รวมถึงกำไรอยู่ที่ 339 ล้านบาท (+53%YoY, -31% QoQ) ต่ำกว่าเราประเมิน -20% โดยมีปัจจัยสำคัญ ดังนี้
     1) รายได้ขยายตัว +9% YoY แต่ลดลง -11% QoQ โต YoY จากฐานต่ำใน 3Q24 ที่ปริมาณวัตถุดิบได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง ขณะที่อ่อนตัว QoQ จากราคายางปรับตัวลง 

     2) GPM ดีขึ้น +60bps YoY แต่ชะลอ -160bps QoQ ปรับตัวดีขึ้น YoY เป็นไปตามปริมาณขายสูงขึ้น 

     แต่ปรับตัวลง QoQ กดดันโดยราคาขายเฉลี่ยลดลง -12% QoQ เราปรับกำไรปกติปี 2025E/26ลง -7%/-6% เป็น 1.8 พันล้านบาท/1.9 พันล้านบาท (+8% YoY/+3% YoY) จากการปรับสมมติฐาน GPM ลงเพื่อสะท้อนทิศทางราคายางอ่อนตัว สำหรับ 4Q25เบื้องต้น คาดการณ์กำไรปกติจะกลับมาอ่อนตัว YoY จากผลกระทบราคายางชะลอ แต่ดีขึนเล็กน้อย QoQ อานิสงส์ปัจจัยฤดูกาล 

    • คงคำแนะถือ ปรับราคาเป้าหมายลงเป็น 4.70 บาท (เดิม 5.00 บาท) อิง 2026E PER 4.7x (-1SD below 5-yr average PER) ตามการปรับประมาณการลง ทั้งนี้เราคงมุมมองระมัดระวังหลังราคายาง ยังอ่อนตัว -15% YTD ขณะที่ระยะสั้นขาด catalyst ใหม่โดยโรงงานแห่งใหม่คาดจะเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ได้เร็วสุดใน 4Q26E 
 
 

Click Donate Support Web 

EXIM One 720x90 C JPTG 720x100Banner GPF720x100 PXTOA 720x100SME720x100 2024CKPower 720x100

QIC 720x100วิริยะ 720x100aia 720 x100BKI 720 x 100MTI 720x100MTL 720x100ธกส 720x100ใจฟู720x100px