พาณิชย์ เผยจดไอพี 10 เดือน 62,961 คำขอ ป๊อบ มาร์ทแชมป์ยื่นเครื่องหมายการค้า
พาณิชย์ เผยจดไอพี 10 เดือน 62,961 คำขอ ป๊อบ มาร์ทแชมป์ยื่นเครื่องหมายการค้า
กรมทรัพย์สินทางปัญญาเผยสถิติจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา ช่วง 10 เดือน ปี 68 มีจำนวน 62,961 คำขอ เพิ่มขึ้น 7.80% เป็นการจดเครื่องหมายการค้ามากสุด 46,525 คำขอ เพิ่มขึ้น 9.25% ฮือฮา ป๊อบ มาร์ท แชมป์ยื่นจดเครื่องหมายการค้ากลุ่มอาร์ตทอย ทั้งมอลลี่ สคัล แพนด้า ลาบูบู้ และสินค้าเกี่ยวเนื่อง ส่วนสิทธิบัตรยื่นจด 6,929 คำขอ เพิ่ม 2.76% สิทธิบัตรออกแบบ 5,442 คำขอ ลด 2.29% อนุสิทธิบัตร 4,065 คำขอ เพิ่ม 15.94%
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมได้ติดตามสถิติการยื่นคำขอจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาในไทย ช่วง 10 เดือน ปี 2568 (ม.ค.-ต.ค.) พบว่า มีการยื่นคำขอสูงถึง 62,961 คำขอ เพิ่มขึ้น 7.80% โดยในนี้เป็นการยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า 46,525 คำขอ เพิ่มขึ้น 9.25% เป็นคนไทย 52% และต่างชาติ 48%
โดยสินค้าที่ขอรับความคุ้มครองเครื่องหมายการค้ามากที่สุด 5 อันดับแรก คือ บริการด้านการขายและการตลาด 6,050 คำขอ สินค้าผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและความงาม 5,952 คำขอ ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพอนามัย 8,173 คำขอ เครื่องมือและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ 3,913 คำขอ และผลิตภัณฑ์เครื่องแต่งกาย 3,638 คำขอ
ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำขอจดเครื่องหมายการค้ามากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ ป๊อป มาร์ท (สิงคโปร์) โฮลดิ้ง พีทีอี.แอลทีดี 236 คำขอ เป็นกลุ่มสินค้าอาร์ตทอย ได้แก่ มอลลี่ , สคัล แพนด้า , ลาบูบู้ , ดิมู่ , ครายเบบี้ , ฮิโรโนะ , ปั๊กกี้ , สวีต บีน และยังมีฟิกเกอร์ขนาดใหญ่ ตุ๊กตาผ้า พวงกุญแจ และกระเป๋า เป็นต้น รองลงมา คือ บริษัท เดอะ เกรท ไอเดีย จำกัด 108 คำขอ บริษัท คอสมี่ จำกัด 99 คำขอ เอ็มซี โอ (ไอพี) โฮลดิ้ง ลิมิเต็ด 78 คำขอ และเอสเอ็ม เอนเตอร์เทนเมนท์ โค., แอลทีดี 76 คำขอ
ส่วนการจดสิทธิบัตร มีการยื่นคำขอ 6,929 คำขอ เพิ่มขึ้น 2.76%
สัดส่วนเป็นคนไทย 11% ต่างชาติ 89% อาทิ สหรัฐฯ ญี่ปุ่น ฟินแลนด์ เป็นต้น และนวัตกรรมที่ยื่นจดมากสุด 5 อันดับ ได้แก่ วัสดุเหล็กกล้า 179 คำขอ นวัตกรรมแอนติบอดี้และยาชีววัตถุ 95 คำขอ นวัตกรรมแบตเตอรีและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง 65 คำขอ ระบบสื่อสารและอุปกรณ์ส่งสัญญาณ 33 คำขอ และเคมีอินทรีย์ 26 คำขอ
สำหรับ สิทธิบัตรการออกแบบ มีการยื่นคำขอ 5,442 คำขอ ลด 2.29% โดยเป็นคำขอคนไทย 68% ต่างชาติ 32% และการออกแบบที่ยื่นคำขอมากสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ ลวดลายผ้า 861 คำขอ รถยนต์ 522 คำขอ บรรจุภัณฑ์ 448 คำขอ เครื่องประดับ 346 คำขอ และเฟอร์นิเจอร์ 288 คำขอ
ทางด้านการยื่นจดอนุสิทธิบัตร มีจำนวน 4,065 คำขอ เพิ่ม 15.94% เป็นคำขอคนไทย 92% ต่างชาติ 8% โดยนวัตกรรมที่มีการยื่นมากสุด 5 อันดับ ได้แก่ อาหารและเครื่องดื่ม 476 คำขอ ยาสมุนไพร 207 คำขอ ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดร่างกาย 57 คำขอ สารพันธุกรรม 20 คำขอ และอุปกรณ์เกี่ยวกับแสง 14 คำขอ
ที่ลิขสิทธิ์ มีการยื่นแจ้งข้อมูล 11,531 ผลงาน ลด 11.81% โดยคนไทยยื่น 99% ต่างชาติ 1% ผลงานที่แจ้งมากสุด 5 อันดับ ได้แก่ ศิลปกรรม 4,093 ผลงาน วรรณกรรม 3,517 ผลงาน ดนตรีกรรม 2,583 ผลงาน โสตทัศนวัสดุ 821 ผลงาน และสิ่งบันทึกเสียง 303 ผลงาน ซึ่งสถิติข้างต้น ยังไม่สะท้อนภาพรวมงานสร้างสรรค์ได้ทั้งหมด เพราะลิขสิทธิ์ได้รับการคุ้มครองทันทีที่สร้างสรรค์ แต่กรมจะผลักดันให้มีการมายื่นจดแจ้งเพิ่มมากขึ้น เพื่อใช้เป็นหลักฐานอ้างอิงกรณีเกิดข้อพิพาท และเป็นช่องทางให้ผู้อื่นเข้าถึงผลงานและขอใช้ประโยชน์
อย่างไรก็ตาม กรมมีแผนที่จะพัฒนางานบริการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยนำเทคโนโลยีมาใช้ในการสืบค้นข้อมูลเครื่องหมายการค้า สิ่งประดิษฐ์ และจัดให้มีช่องทางเร่งรัด (Fast Track) ที่จดทะเบียนได้เร็วขึ้น ทั้งสิทธิบัตร อนุสิทธิบัตร สิทธิบัตรการออกแบบ และเครื่องหมายการค้า โดยมีแผนที่จะเพิ่มสาขานวัตกรรมและสินค้าที่สามารถยื่นจดผ่านช่องทาง Fast Track ให้มากขึ้นต่อไป
อรมน เผยสถิติยื่นจดทรัพย์สินทางปัญญา 10 เดือนแรกปี 68 ยอดรวม (สิทธิบัตรการประดิษฐ์ ออกแบบ อนุสิทธิบัตร และเครื่องหมายการค้า) กว่า 63,000 คำขอ
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เผยสถิติการยื่นคำขอจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาในประเทศไทย ในช่วง 10 เดือนแรกของปี 2568 (มกราคม – ตุลาคม 2568) มีการยื่นคำขอจดทะเบียนสูงถึง 62,961 คำขอ เพิ่มขึ้น 7.80% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปี 2567 (58,403 คำขอ) และมีการแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์ 11,531 รายการ ลดลง 11.81% จากปี 2567 (13,075 รายการ) โดยรายละเอียดการยื่นคำขอจดทะเบียนและแจ้งข้อมูลทรัพย์สินทางปัญญา (74,492 คำขอ) ดังนี้
1) เครื่องหมายการค้า มีการยื่นคำขอ 46,525 คำขอ เพิ่มขึ้น 9.25% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปี 2567 (42,585 คำขอ) สำหรับกลุ่มสินค้าที่มีการยื่นขอรับความคุ้มครองเครื่องหมายการค้ามากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ บริการด้านการขายและการตลาด (6,050 คำขอ) สินค้าผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและความงาม (5,952 คำขอ) ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและความงาม เป็นกลุ่มสินค้าที่มาแรงและมีการยื่นคำขอจดทะเบียนมากที่สุดในหมวดกลุ่มสินค้า เพิ่มขึ้น 36.45 % จากปี 2567 (4,362 คำขอ) โดยเป็นคำขอที่ยื่นผ่านช่องทาง Fast Track จำนวน 1,830 คำขอ
สะท้อนเทรนด์การค้าที่มุ่งตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ซึ่งให้ความสำคัญเรื่องความงามมากขึ้น ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพอนามัย
(5,173 คำขอ) เครื่องมือและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ (3,913 คำขอ) และผลิตภัณฑ์เครื่องแต่งกาย (3,638 คำขอ) โดยมีสัดส่วนผู้ยื่นคำขอเครื่องหมายการค้า คนไทย 52% และต่างชาติ 48% สำหรับผู้ยื่นคำขอมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ ป๊อป มาร์ท (สิงคโปร์) โฮลดิ้ง พีทีอี.แอลทีดี (236 คำขอ) สะท้อนกระแสความนิยมของสินค้าอาร์ตทอยที่ยังคงมาแรงต่อเนื่องในไทย ตามมาด้วยบริษัท เดอะ เกรท ไอเดีย จำกัด (108 คำขอ) บริษัท คอสมี่ จำกัด (99 คำขอ) เอ็มซี โอ (ไอพี) โฮลดิ้งส์ ลิมิเต็ด (78 คำขอ) และเอสเอ็ม เอนเตอร์เทนเมนท์ โค.,แอลทีดี (76 คำขอ) ทั้งนี้ ตัวเลขการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ในช่วง 10 เดือนแรกของปี 2568 อยู่ที่ 33,775 เครื่องหมาย
2) สิทธิบัตรการประดิษฐ์ มีการยื่นคำขอ 6,929 คำขอ เพิ่มขึ้น 2.76% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปี 2567 (6,743 คำขอ) สำหรับนวัตกรรมที่มีการยื่นขอรับความคุ้มครองสิทธิบัตรการประดิษฐ์มากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ วัสดุเหล็กกล้า (179 คำขอ) ยังคงครองอันดับ 1 สองปีต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นถึงอุตสาหกรรมวัสดุและการก่อสร้างที่มีการพัฒนานวัตกรรมไม่หยุดนิ่ง รองลงมาคือนวัตกรรมแอนติบอดี้และยาชีววัตถุ (95 คำขอ) สะท้อนความสนใจที่เพิ่มขึ้นในด้านเทคโนโลยีชีวภาพและการวิจัยยา ตามด้วยนวัตกรรมแบตเตอรีและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง (65 คำขอ) ระบบสื่อสารและอุปกรณ์ส่งสัญญาณ (33 คำขอ) และเคมีอินทรีย์ (26 คำขอ)
โดยมีสัดส่วนผู้ยื่นคำขอสิทธิบัตรการประดิษฐ์ คนไทย 11% และต่างชาติ 89% อาทิ สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น ฟินแลนด์ เป็นต้น สำหรับผู้ยื่นคำขอมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ บริษัท เจเอฟอี สตีล คอร์ปอเรชั่น (184 คำขอ) บริษัท ควอลคอมม์ อินคอร์ปอเรเต็ด (168 คำขอ) บริษัท นิปปอน สตีล คอร์ปอเรชั่น (150 คำขอ) บริษัท โตโยต้า จิโดชา คาบูชิกิ ไคชา (140 คำขอ) และบริษัท โนเกีย เทคโนโลยี โอวาย (76 คำขอ) ทั้งนี้ ตัวเลขการจดทะเบียนสิทธิบัตรการประดิษฐ์ ในช่วง 10 เดือนแรกของปี 2568 อยู่ที่ 4,496 ฉบับ
3) สิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ มีการยื่นคำขอ 5,442 คำขอ ลดลง 2.29% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปี 2567 (5,569 คำขอ) สำหรับการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่มีการยื่นขอรับความคุ้มครองมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ ลวดลายผ้า (861 คำขอ) ซึ่งส่วนใหญ่ผู้ยื่นคำขอเป็นกลุ่มมหาวิทยาลัย รถยนต์ (522 คำขอ) ซึ่งเป็นสาขาที่มาแรงขยับขึ้นมาอยู่ในอันดับ 2 (จากอันดับ 4 ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568) บรรจุภัณฑ์ (448 คำขอ) เครื่องประดับ (346 คำขอ) และเฟอร์นิเจอร์ (288 คำขอ) โดยมีสัดส่วนผู้ยื่นคำขอสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ คนไทย 68% และต่างชาติ 32%
สำหรับ ผู้ยื่นคำขอมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ บริษัท อาร์เอช ยูเอส, แอลแอลซี (66 คำขอ) บริษัท เป๋า ลี่ ไหล อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (45 คำขอ) บริษัท บีอีจีเอ กันเทนบริงค์-ลอยช์เทน เคจี (32 คำขอ) บริษัท โตโยต้า จิโดชา คาบูชิกิ ไคชา (30 คำขอ) และบริษัท วีล พรอส, แอลแอลซี (28 คำขอ) ทั้งนี้ ตัวเลขการจดทะเบียนสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ ในช่วง 10 เดือนแรกของปี 2568 อยู่ที่ 4,197 ฉบับ
4) อนุสิทธิบัตร มีการยื่นคำขอ 4,065 คำขอ เพิ่มขึ้น 15.94% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปี 2567 (3,506 คำขอ) สำหรับนวัตกรรมที่มีการยื่นขอรับความคุ้มครองอนุสิทธิบัตรมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ อาหารและเครื่องดื่ม (476 คำขอ) ยังคงครองอันดับ 1 ต่อเนื่อง ยาสมุนไพร (207 คำขอ) สะท้อนความสนใจด้านสุขภาพที่นำนวัตกรรมยาไทยแบบดั้งเดิมมาพัฒนาต่อยอดเชิงพาณิชย์ ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดร่างกาย (57 คำขอ) สารพันธุกรรม (20 คำขอ) และอุปกรณ์เกี่ยวกับแสง (14 คำขอ) โดยมีสัดส่วนผู้ยื่นคำขออนุสิทธิบัตร เป็นคนไทย 92% และต่างชาติ 8%
สำหรับ ผู้ยื่นคำขอมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (144 คำขอ) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (111 คำขอ) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (102 คำขอ) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (95 คำขอ) และมหาวิทยาลัยบูรพา (85 คำขอ) ทั้งนี้ ตัวเลขการจดทะเบียนอนุสิทธิบัตร ในช่วง 10 เดือนแรกของปี 2568 อยู่ที่ 1,686 ฉบับ
5) ลิขสิทธิ์ มีการยื่นแจ้งข้อมูล 11,531 ผลงาน ลดลง 11.81% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปี 2567 (13,075 ผลงาน) ผลงานที่มีการแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์มากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ ศิลปกรรม (จิตรกรรม ประติมากรรมภาพพิมพ์ ฯลฯ) 4,093 ผลงาน วรรณกรรม (งานนิพนธ์ โปรแกรมคอมพิวเตอร์) 3,517 ผลงาน ดนตรีกรรม 2,583 ผลงาน โสตทัศนวัสดุ (ภาพยนตร์ รายการโทรทัศน์) 821 ผลงาน และสิ่งบันทึกเสียง 303 ผลงาน ทั้งนี้ สัดส่วนผู้ยื่นแจ้งข้อมูลผลงานลิขสิทธิ์ เป็นคนไทย 99% และต่างชาติ 1% สำหรับผู้ยื่นแจ้งข้อมูลมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่
มหาวิทยาลัยมหิดล (345 ผลงาน) มหาวิทยาลัยขอนแก่น (297 ผลงาน) บริษัท ที แอนด์ บี มีเดีย โกลบอล (ประเทศไทย) (179 ผลงาน) บริษัท สรีทสิสร์ จำกัด (119 ผลงาน) และบริษัท โอเพ่นดูเรียน จำกัด (109 ผลงาน) อย่างไรก็ดี ลิขสิทธิ์เป็นทรัพย์สินทางปัญญาที่ได้รับความคุ้มครองทันทีที่สร้างสรรค์ โดยไม่ต้องยื่นจดทะเบียนกับกรม สถิติดังกล่าวจึงไม่สามารถสะท้อนภาพรวมของงานสร้างสรรค์ไทยได้ทั้งหมด อย่างไรก็ดี กรมจะเดินหน้าส่งเสริมให้ศิลปินนักสร้างสรรค์เห็นความสำคัญของการแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์กับกรม เพื่อเป็นหลักฐานอ้างอิงเบื้องต้นในการแสดงความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในกรณีที่เกิดข้อพิพาท รวมทั้งเป็นช่องทางให้ผู้อื่นสามารถเข้าถึงผลงานและติดต่อขอใช้ประโยชน์งานลิขสิทธิ์นั้นได้ง่ายขึ้น
นางอรมน เสริมว่า กรมทรัพย์สินทางปัญญามุ่งมั่นที่จะพัฒนางานบริการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาให้มีประสิทธิภาพและตอบสนองความต้องการของผู้ใช้บริการ โดยนำเทคโนโลยีมาช่วยในการสืบค้นข้อมูลเครื่องหมายการค้าและสิ่งประดิษฐ์ ตลอดจนจัดให้มีช่องทางเร่งรัด (Fast Track) ที่สามารถจดทะเบียนได้รวดเร็วขึ้น สำหรับสาขาที่เป็นนวัตกรรมแห่งอนาคตและที่ผู้ประกอบการมีความจำเป็นต้องใช้อย่างเร่งด่วน ได้แก่ 1) สิทธิบัตรการประดิษฐ์/อนุสิทธิบัตร ใน 3 นวัตกรรม คือ นวัตกรรมด้านการแพทย์และสาธารณสุข นวัตกรรมอาหารแห่งอนาคต และนวัตกรรมรักษ์สิ่งแวดล้อม
โดยสิทธิบัตรการประดิษฐ์ ลดระยะเวลาจดทะเบียน จาก 38.5 เดือน นับจากวันยื่นให้ตรวจสอบการประดิษฐ์ เหลือ 12 เดือน และอนุสิทธิบัตร จาก 12 เดือน นับจากวันที่เข้าร่วมโครงการ เหลือ 6 เดือน 2) สิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ในสาขานวัตกรรมรักษ์สิ่งแวดล้อม ลดระยะเวลาจดทะเบียนจาก 10 เดือน นับจากวันที่เข้าร่วมโครงการ เหลือ 3 เดือน และ 3) เครื่องหมายการค้า ในกรณีที่ต้องนำหลักฐานการจดทะเบียนไปแสดงต่อหน่วยราชการอื่น โดยลดระยะเวลาจดทะเบียนจาก 10.5 เดือน นับจากวันยื่นคำขอ เหลือ 3 เดือน พร้อมมีแผนจะขยายช่องทาง Fast Track ในสาขานวัตกรรมและสินค้าอื่นๆ เพิ่มเติมต่อไป













