TIDLOR ไตรมาส 3/68 กำไรพุ่ง 43% ทำนิวไฮ คุม NPL เหลือ 1.66% ต่ำสุดในอุตสาหกรรม มีฐานเงินทุนแข็งแกร่ง พร้อมสร้างการเติบโตเคียงข้างคนไทย

Category: บริษัทจดทะเบียน
Published on Wednesday, 12 November 2025 10:43
Hits: 479
0 Share
TIDLOR ไตรมาส 3/68 กำไรพุ่ง 43% ทำนิวไฮ คุม NPL เหลือ 1.66% ต่ำสุดในอุตสาหกรรม มีฐานเงินทุนแข็งแกร่ง พร้อมสร้างการเติบโตเคียงข้างคนไทย

11226 TIDLOR Q3 68

 

TIDLOR ไตรมาส 3/68 กำไรพุ่ง 43% ทำนิวไฮ คุม NPL เหลือ 1.66% ต่ำสุดในอุตสาหกรรม มีฐานเงินทุนแข็งแกร่ง พร้อมสร้างการเติบโตเคียงข้างคนไทย

          TIDLOR รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 3/68 เติบโตคุณภาพทั้งกำไรสุทธิ เบี้ยประกันและพอร์ตสินเชื่อที่ขยายตัวต่อเนื่อง ด้านคุณภาพหนี้คุมอยู่ NPL ต่ำเหลือเพียง 1.66% ขณะที่ฐานเงินทุนแข็งแกร่ง หนุนให้บริษัทในกลุ่มสามารถออกแคมเปญพิเศษลดดอกเบี้ยช่วยลูกค้าบรรเทาภาระหนี้ ในภาวะเศรษฐกิจที่ยังมีความไม่แน่นอน สะท้อนศักยภาพการดำเนินธุรกิจ มุ่งสร้างผลตอบแทนระยะยาวให้ผู้ถือหุ้น พร้อมเดินเคียงข้างคนไทย 

 

11226 TIDLOR Chonticha 

 

          บริษัท ติดล้อ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ Tidlor Holdings (“TIDLOR”) (“กลุ่มบริษัท”) โดย นางสาวชลธิชา ทองไทย ผู้บริหารระดับสูงฝ่ายบัญชีและการเงิน หรือ CFO เปิดเผย ผลการดำเนินงานไตรมาส 3 ปี 2568 มีกำไรสุทธิ 1,415 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 43.0% (YoY) และ 8.5% (QoQ) ถือเป็นสถิติสูงสุดใหม่ในรอบไตรมาส โดยมีรายได้รวม 5,927.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.7% (YoY) จากการขยายตัวของพอร์ตสินเชื่อรวม และรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการจากธุรกิจนายหน้าประกันภัย ขณะที่ค่าใช้จ่ายรวมอยู่ที่ 4,157.1 ล้านบาท ปรับตัวลดลง 4.9% (YoY) โดยสาเหตุหลักมาจากการปรับลดลงของผลขาดทุนด้านเครดิต

 

          ประกันพุ่ง เติบโตมากกว่าภาพรวมตลาด เบี้ยประกันรับรวมเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง:

          ด้านการดำเนินธุรกิจนายหน้าประกันภัยในไตรมาส 3 ปี 2568 มีเบี้ยประกันวินาศภัยรวม 2,607.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.7% (YoY) เติบโตสูงกว่าภาพรวมของอุตสาหกรรมประกันวินาศภัยที่ช่วงเดือน 8 เดือนแรกยังคงติดลบ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยปัจจัยการเติบโตมาจากการมีผลิตภัณฑ์และช่องทางการขายที่ครอบคลุม โดยใช้จุดแข็งด้านเทคโนโลยีนายหน้าประกันภัย (InsurTech Platform) ผ่าน 3 แบรนด์นายหน้าประกันหลักอย่าง ประกันติดโล่, อารีเกเตอร์ และเฮ้กู๊ดดี้ ที่ช่วยขยายฐานลูกค้า ช่วยเติมเต็มช่องว่างทางการตลาดในทุกกลุ่มเป้าหมาย จึงกล่าวได้ว่ารายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจนายหน้าประกันภัยยังคงเป็นหนึ่งในตัวขับเคลื่อนหลักของกลุ่มบริษัท

 

          สินเชื่อโตต่อเนื่อง คุณภาพหนี้ดี คุม NPL เหลือ 1.66% ต่ำที่สุดในอุตสาหกรรม:

          ด้านธุรกิจสินเชื่อ กลุ่มบริษัท มีพอร์ตสินเชื่อคงค้างรวม 107,324.2 ล้านบาท เติบโต 4.5% (YoY) และ 1.3% (QoQ) จากการเติบโตอย่างต่อเนื่องของพอร์ตสินเชื่อทะเบียนรถ ขณะที่จำนวนลูกค้าสินเชื่อเพิ่มขึ้น 9.6% (YoY) สะท้อนถึงนโยบายการขยายธุรกิจสินเชื่อที่รัดกุมและมีคุณภาพ โดยการเติบโตมาจากทั้งช่องทางสาขามากกว่า 1,800 แห่งครอบคลุมทั่วประเทศ และมาจากการใช้เทคโนโลยีด้านการเงิน อาทิ “บัตรติดล้อ” บัตรกดเงินสดหมุนเวียนที่อำนวยความสะดวกให้ลูกค้าสามารถกดเงินสดตามวงเงินสินเชื่อทะเบียนรถของตนเองได้สะดวกผ่านตู้ ATM ธนาคารพาณิชย์ชั้นนำทั่วประเทศ และบริการ “โอนเงินสินเชื่อเข้าบัญชีผ่านแอปพลิเคชันเงินติดล้อ” ที่ปริมาณการใช้งานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

          ด้านคุณภาพสินทรัพย์ ยังคงอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ดี อัตราสินเชื่อด้อยคุณภาพต่อเงินให้สินเชื่อรวม (NPL Ratio) ปรับลดลง มาอยู่ที่ 1.66% จากเดิม 1.78% ในช่วงไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งถือว่าต่ำที่สุดในอุตสาหกรรม โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการอนุมัติสินเชื่ออย่างรอบคอบ และคุณภาพสินทรัพย์ที่ปล่อยใหม่คงอยู่ในระดับที่ดี รวมถึงการติดตามหนี้อย่างมีประสิทธิภาพ และโครงการ “คุณสู้ เราช่วย” ของภาครัฐที่เข้ามาช่วยสนับสนุน ขณะที่อัตราส่วนเงินสำรองต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPL Coverage Ratio) ปรับตัวขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้ามาอยู่ที่ 283.9% สิ่งเหล่านี้เป็นส่วนช่วยให้อัตราส่วนผลขาดทุนด้านเครดิตต่อเงินให้สินเชื่อ (Credit Cost) ปรับตัวลงมาอยู่ที่ 2.2% จาก 3.9% ในช่วงไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้าอีกด้วย

          สำหรับงวด 9 เดือน ปี 2568 กลุ่มบริษัทมีกำไรสุทธิรวมอยู่ที่ 3,924.5 เพิ่มขึ้น 23.2% (YoY) จากการขยายตัวของรายได้รวม 5.7% (YoY) การบริหารคุณภาพสินเชื่อที่มีประสิทธิภาพ และการควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างรอบคอบ ทั้งนี้ กลุ่มบริษัทยังคงมีโครงสร้างเงินทุนที่แข็งแกร่งและสภาพคล่องที่มั่นคง รองรับการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว พร้อมการกระจายรายได้จากธุรกิจนายหน้าประกันภัย ทั้งนี้ และยังคงมุ่งเน้นขับเคลื่อนองค์กรสร้างการเติบโตอย่างมีคุณภาพ

 

          สถานะทางการเงินแกร่ง ขับเคลื่อนสร้างการเติบโตให้ธุรกิจพร้อมเคียงข้างคนไทย

 

2146 TIDLOR Piyasak 

 

          นายปิยะศักดิ์ อุกฤษฎ์นุกูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ กล่าวว่า ทีมผู้บริหารยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนสร้างการเติบโตอย่างมีคุณภาพและต่อเนื่องให้กลุ่ม Tidlor Holdings จากสองเครื่องยนต์หลักคือ “ธุรกิจสินเชื่อทะเบียนรถ” และ“ธุรกิจนายหน้าประกัน” โดยใช้จุดแข็งด้านเทคโนโลยีทางการเงิน และแพลตฟอร์มนายหน้าประกัน (InsurTech Platform) เป็นหลักสำคัญในการสนับสนุนการเติบโตและสร้างรายได้ให้กับกลุ่มบริษัท

          ทั้งนี้ ภายใต้สถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศไทยในปัจจุบันยังมีความไม่แน่นอน ส่งผลถึงรายได้ของประชาชนบางกลุ่มที่อาจจะไม่คงที่ กระทบต่อสภาพคล่องทางการเงิน ขณะที่ภาพรวมสินเชื่อในระบบอยู่ในภาวะตึงตัวอาจทำให้สถาบันการเงินหลายแห่งไม่สามารถปล่อยกู้ได้ตามปกติ แต่ด้วยการมีสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งของกลุ่มบริษัท การมีสภาพคล่อง และมีงบฐานะการเงินที่ดี (Balance Sheet) บมจ. เงินติดล้อ บริษัทในกลุ่ม Tidlor Holdings จึงจัดทำแคมเปญลดดอกเบี้ยจาก 24 เหลือ 19% ต่อปี สำหรับสินเชื่อทะเบียนรถเก๋งและรถกระบะ ในช่วงระหว่างวันที่ 20 ต.ค. 68 - 31 ธ.ค. 68 เพื่อเป็นการช่วยบรรเทาภาระในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนให้ประชาชนผู้ใช้สินเชื่อได้ ถือเป็นการสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ “เงินติดล้อ” ในการมุ่งสร้างโอกาสและเป็นที่พึ่งด้านการเงินให้กับประชาชน เพื่อให้ “ชีวิตหมุนต่อได้”

          Tidlor Holdings และกลุ่มบริษัท มุ่งสู่การเป็น The Leading Financial Inclusion Service Provider หรือ ผู้นำด้านการสร้างโอกาสและความเท่าเทียมทางการเงิน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน ผ่านการนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการด้วยความเข้าใจ เป็นธรรม และโปร่งใส เคียงคู่ไปกับการส่งเสริมความรู้ด้านการเงิน เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกให้กับสังคม (Social Impact) อย่างยั่งยืน สำหรับผู้ถือหุ้นและนักลงทุนสามารถเยี่ยมชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.tidlorinvestor.com 

 

 

11226

Click Donate Support Web 

MTI 720x100NHA Baner

PTG 720x100Banner GPF720x100 PXTOA 720x100EXIM One 720x90 C JMTL 720x100SME720x100 2024CKPower 720x100

QIC 720x100วิริยะ 720x100aia 720 x100BKI 720 x 100ธกส 720x100ใจฟู720x100pxAXA 720 x100