CKPower กำไร 1,022 ล้านบาทในไตรมาส 3/2566 พร้อมติดหุ้นยั่งยืน SET ESG Ratings ระดับสูงสุด AAA และคว้าผลการประเมิน CGR ระดับดีเลิศ 6 ปีติด

Category: บริษัทจดทะเบียน
Published on Thursday, 09 November 2023 07:07
Hits: 3458

 1CKP3

CKPower กำไร 1,022 ล้านบาทในไตรมาส 3/2566 พร้อมติดหุ้นยั่งยืน SET ESG Ratings ระดับสูงสุด AAA และคว้าผลการประเมิน CGR ระดับดีเลิศ 6 ปีติด คาดผลการดำเนินงาน Q4/2566 ได้รับอานิสงส์จากปริมาณน้ำที่ยังดีต่อเนื่อง และ XPCL ลดต้นทุนทางการเงินได้จากการออกหุ้นกู้

นายธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKPower (ชื่อย่อหลักทรัพย์: CKP) หนึ่งในผู้ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคและมีคาร์บอนฟุตพริ้นท์ต่ำที่สุดรายหนึ่ง เปิดเผยว่า CKPower มีผลการดำเนินงานที่เป็นบวกทั้งในไตรมาส 3 และงวด 9 เดือนปี 2566

แม้ว่า จะได้รับผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนีโญ่ในช่วงครึ่งปีแรก แต่สถานการณ์ปริมาณน้ำมีความเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่ช่วงเดือนสิงหาคม 2566 ทำให้บริษัทสามารถปรับแผนการผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้นให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำตั้งแต่ช่วงปลายไตรมาส 3 โดยคาดว่าจะส่งผลบวกต่อผลการดำเนินงานในช่วงที่เหลือของปี

สำหรับ ผลการดำเนินงานของ CKPower ในไตรมาส 3 ปี 2566 มีรายได้รวม 2,649 ล้านบาท ลดลง 846 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 24.2 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทจำนวน 1,022 ล้านบาท ลดลง 440 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 30.1 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

ขณะที่ รายได้รวมงวด 9 เดือนของปีนี้ อยู่ที่ 7,901 ล้านบาท ลดลง 796 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 9.2 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทสำหรับงวด 9 เดือน จำนวน 919 ล้านบาท ลดลง 1,445 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 61.1 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัท ไซยะบุรี พาวเวอร์ จำกัด  (XPCL) จากปริมาณการขายไฟฟ้าที่ลดลงตามปริมาณน้ำ และค่าใช้จ่ายทางการเงินของ XPCL ที่สูงขึ้นตามแนวโน้มดอกเบี้ยโลก

ขณะที่ บริษัท ไฟฟ้า น้ำงึม 2 จำกัด (NN2) มีรายได้จากการขายไฟฟ้าลดลงและมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นจากงานซ่อมบำรุงใหญ่ (Major Overhaul) ซึ่งเป็นไปตามแผนการซ่อมบำรุง และ บริษัท บางเขนชัย จำกัด (BKC) มีรายได้ลดลงจากการสิ้นสุดการได้รับ Adder ทั้งนี้ ในไตรมาส 3 และงวด 9 เดือนของปี 2566 CKPower พลิกรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนจำนวน 816 ล้านบาท และ 555 ล้านบาท จากที่รับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนในไตรมาส 2 และครึ่งปีแรกของปีนี้ ตามลำดับ

นอกจากนี้ XPCL ยังประสบความสำเร็จในการเสนอขายหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Green Debentures) ในวันที่ 26 ตุลาคม 2566 ให้กับนักลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่ รวมจำนวน 3,500 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 5.15-5.55 ต่อปี โดย XPCL นำเงินที่ได้จากการออกหุ้นกู้ในครั้งนี้ไปชำระคืนเงินกู้ซึ่งมีอัตราดอกเบี้ยแบบลอยตัว เพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราดอกเบี้ยและลดต้นทุนทางการเงิน ซึ่งจะส่งผลดีต่อส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนและผลการดำเนินงานโดยรวมของ CKPower ให้เติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง

สำหรับ ฐานะทางการเงินของ CKPower ณ วันที่ 30 กันยายน 2566 บริษัทมีอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยจ่ายสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นรวม 0.59 เท่า ซึ่งต่ำกว่าข้อกำหนดของหุ้นกู้ที่ให้ดำรงอัตราส่วนดังกล่าวไม่ให้สูงเกิน 3.00 เท่าค่อนข้างมาก แสดงถึงฐานะทางการเงินที่มีความมั่นคง

“เป็นเรื่องน่ายินดีที่เมื่อวันที่ 31 ตุลาคมที่ผ่านมา CKPower ได้รับคะแนนกำกับดูแลกิจการ (CG Score) ในระดับ 'ดีเลิศ'ต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 ในโครงการสำรวจการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียนประจำปี 2566 ที่จัดโดยสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย พร้อมกันนี้ บริษัทยังได้รับการประเมินจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยให้ได้ SET ESG Ratings ประจำปี 2566 ที่ระดับ’AAA’ ซึ่งเป็นเรทติ้งระดับสูงสุด นับเป็นการติดรายชื่อหุ้นยั่งยืน 4 ปีติดต่อกัน

สะท้อนภาพการทำงานและสอดรับกับวิสัยทัศน์ของ CKPower ในการมุ่งสร้าง ‘พลังงานสะอาดสู่สังคมคาร์บอนต่ำ’ รวมถึงสะท้อนการบริหารจัดการบริษัทที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส ตรวจสอบได้ และคำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายอย่างรอบด้าน และแสดงให้เห็นถึงการพัฒนาด้านความยั่งยืนของบริษัทผ่านการนำกลยุทธ์ ‘ซี เค พี’หรือแผนการดำเนินงาน 5 ปี สู่ความยั่งยืน (พ.ศ.2565-2569) ของบริษัทซึ่งครอบคลุมในทุกมิติของแนวคิด ESG

โดยขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่องเพื่อร่วมสร้างความมั่นคงทางพลังงานและเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างการเปลี่ยนด้านพลังงานสะอาดที่สำคัญให้กับภูมิภาคในอนาคตต่อไปอย่างยั่งยืน” นายธนวัฒน์กล่าว

 

เกี่ยวกับ 'บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKPower'

บริษัทประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานประเภทต่าง ๆ 3 ประเภท จำนวน 14 แห่ง รวมขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 3,627 เมกะวัตต์ ประกอบด้วย (1) โรงไฟฟ้าพลังน้ำ 3 แห่ง คือ โรงไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำงึม 2 ภายใต้ บริษัท ไฟฟ้า น้ำงึม 2 จำกัด ซึ่งบริษัทถือหุ้น 46% (ถือผ่าน บริษัท เซาท์อีสท์ เอเชีย เอนเนอร์จี จำกัด) ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 615 เมกะวัตต์ โรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี ภายใต้ บริษัท ไซยะบุรี พาวเวอร์ จำกัด ซึ่งบริษัทถือหุ้น 42.5% ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 1,285 เมกะวัตต์

และโครงการไฟฟ้าพลังน้ำ หลวงพระบาง ภายใต้ บริษัท หลวงพระบางพาวเวอร์ จำกัด ซึ่งบริษัทถือหุ้น 50.0% ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 1,460 เมกะวัตต์ (2) โรงไฟฟ้าระบบโคเจนเนอเรชั่น 2 แห่ง ภายใต้ บริษัท บางปะอิน โคเจนเนอเรชั่น จำกัด ซึ่งบริษัทถือหุ้นอยู่ 65% ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 238 เมกะวัตต์ และ (3) โรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ 9 แห่ง ภายใต้ บริษัท บางเขนชัย จำกัด ซึ่งบริษัทถือหุ้น 100% จำนวน 7 แห่ง ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 15  เมกะวัตต์ ภายใต้บริษัท นครราชสีมา โซล่าร์ จำกัด ซึ่งบริษัทถือหุ้น 30% จำนวน 1 แห่ง ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 6 เมกะวัตต์ และภายใต้บริษัท เชียงราย โซล่าร์ จำกัด ซึ่งบริษัทถือหุ้น 30% จำนวน 1 แห่ง ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 8 เมกะวัตต์

CKPower หนึ่งในผู้ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนที่ใหญ่ที่สุดและมีคาร์บอนฟุตพริ้นท์ที่ต่ำที่สุดในภูมิภาค ตั้งเป้าที่จะเพิ่มสัดส่วนกำลังการผลิตจากพลังงานหมุนเวียนจากเดิม 93% เป็น 95% หรือ 4,800 เมกะวัตต์ ภายในปี พ.ศ. 2567 นอกจากนี้ CKPower ยังสนับสนุนเป้าหมายที่มุ่งเน้นการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero GHG Emissions) ภายในปี พ.ศ. 2593 ด้วยการพัฒนานวัตกรรมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด

โดยล่าสุดในปี 2565 โรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนในเครือของกลุ่มบริษัท CKPower สามารถผลิตไฟฟ้าสะอาดส่งให้ประเทศไทยได้ถึง 9.5 ล้านเมกะวัตต์ชั่วโมง (MWh) หรือ 5 % ของไฟฟ้าที่ใช้ในประเทศ เทียบเท่ากับการหลีกเลี่ยงการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 5 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี

และในปี 2565 CKPower ได้รับการจัดอันดับเครดิตองค์กรจากทริสเรตติ้ง ที่ 'A' แนวโน้มอันดับเครดิต 'คงที่' ทั้งนี้ในปี 2566 CKPower ได้รับคะแนนการกำกับดูแลกิจการ (CG Score) ในระดับ 'ดีเลิศ' ต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 ในโครงการสำรวจการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียนประจำปี 2566 และในปีเดียวกันนี้ CKPower ได้รับการประเมินจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยให้ได้ SET ESG Ratings ประจำปี 2566 ที่ระดับ 'AAA' ซึ่งเป็นเรทติ้งระดับสูงสุด นับเป็นการติดรายชื่อหุ้นยั่งยืน 4 ปีติดต่อกัน

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ แผนกส่งเสริมความสัมพันธ์องค์กร

อนุวัฒน์ โพธิ์ทอง โทร. 086-785-4981 This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

 

Click Donate Support Web  

gpf 720x100 66

CKPower 720x100

MTL 720x100kbank 720x100 66

SME 720x100 66

QIC 720x100

วิริยะ 720x100

AXA 720 x100

aia 720 x100

BKI 720 x 100

PTG 720x100ais 720x100

TVI 720x100