กรอบความตกลงว่าด้วยการแข่งขันของอาเซียน (ASEAN Framework Agreement on Competition: AFAC)
กรอบความตกลงว่าด้วยการแข่งขันของอาเซียน (ASEAN Framework Agreement on Competition: AFAC)

คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบและอนุมัติตามที่กระทรวงพาณิชย์ (พณ.) โดยสำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (สำนักงาน กขค.) เสนอ
1. ความเห็นชอบต่อกรอบความตกลงว่าด้วยการแข่งขันของอาเซียน (ASEAN Framework Agreement on Competition: AFAC) (กรอบความตกลงฯ) ทั้งนี้ หากมีความจำเป็นต้องปรับปรุงแก้ไขกรอบความตกลงฯ ในส่วนที่ไม่ใช่สาระสำคัญหรือขัดต่อผลประโยชน์ของประเทศไทยขอให้สำนักงาน กขค. สามารถพิจารณาดำเนินการในเรื่องนั้น ๆ ได้โดยไม่ต้องนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาอีกครั้ง
2. อนุมัติให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์หรือผู้แทนที่ได้รับมอบหมายเป็นผู้ลงนามในกรอบความตกลงฯ ในฐานะผู้แทนฝ่ายไทย
3. อนุมัติให้กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) จัดทำหนังสือมอบอำนาจเต็ม (Full Powers) ให้แก่ผู้ลงนามกรอบความตกลงฯ ในฐานะผู้แทนฝ่ายไทย
[ปัจจุบันประเทศสมาชิกอาเซียนได้ลงนามกรอบความตกลงฯ แล้ว จำนวน 9 ประเทศ ได้แก่ เนการาบรูไนดารุสซาลาม ราชอาณาจักรกัมพูชา สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว สหพันธรัฐมาเลเซีย สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ สาธารณรัฐสิงคโปร์ สาธารณรัฐอินโดนีเซีย สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา และสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม สำนักงาน กขค. จึงต้องเสนอเรื่องดังกล่าวเพื่อให้การดำเนินการภายในของไทยแล้วเสร็จและสามารถลงนามในกรอบความตกลงฯ โดยเร็ว]
สาระสำคัญของเรื่อง
สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (สำนักงาน กขค.) ขอให้นำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบต่อกรอบความตกลงว่าด้วยการแข่งขันของอาเซียน (ASEAN Framework Agreement on Competition: AFAC) (กรอบความตกลงฯ) ซึ่งปัจจุบันประเทศสมาชิกอาเซียนได้ลงนามกรอบความตกลงฯ แล้ว จำนวน 9 ประเทศ โดยมีสาระสำคัญเกี่ยวกับการกำหนดกรอบความร่วมมือในการส่งเสริมนโยบายและกฎหมายการแข่งขันทางการค้าระหว่างภาคีสมาชิก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ ที่เป็นธรรมและมีการแข่งขัน เสริมสร้างประสิทธิภาพทางเศรษฐกิจ ตลอดจนสนับสนุนการเติบโตและการพัฒนาที่ครอบคลุม ผ่านการดำเนินนโยบายและกฎหมายการแข่งขัน ตั้งอยู่บนหลักการพื้นฐานของการปฏิบัติตามหลักความเป็นธรรม ความโปร่งใส และการไม่เลือกปฏิบัติ รวมถึงการลดหรือขจัดการกระทำที่ต่อต้านการแข่งขันและส่งเสริมให้กลุ่มผู้ประกอบการรายย่อย วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมสามารถทำความเข้าใจเกี่ยวกับนโยบายและกฎหมายการแข่งขัน โดยเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบ ข้อบังคับ และทรัพยากรที่มีอยู่ของแต่ละรัฐสมาชิกได้ ซึ่งกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ พิจารณากรอบความตกลงฯ ในส่วนที่เกี่ยวข้องแล้วไม่ขัดข้องในหลักการต่อกรอบความตกลงฯ
(โปรดตรวจสอบมติคณะรัฐมนตรีที่เป็นทางการจากสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง)
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ (รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม) 15 กันยายน 2569
g30














