ร่างปฏิญญาว่าด้วยการบังคับใช้ไปพลางก่อนของพิธีสารฉบับที่ 2 เพื่อแก้ไขความตกลงการค้าสินค้าของอาเซียน [Declaration on the Provisional Application of the Second Protocol to Amend the ASEAN Trade in Goods Agreement (ATIGA)]

Category: มติ ครม.
Published on Thursday, 17 September 2026 10:08
Hits: 202

 

 

ร่างปฏิญญาว่าด้วยการบังคับใช้ไปพลางก่อนของพิธีสารฉบับที่ 2 เพื่อแก้ไขความตกลงการค้าสินค้าของอาเซียน [Declaration on the Provisional Application of the Second Protocol to Amend the ASEAN Trade in Goods Agreement (ATIGA)]

 

Gov 8

 

          คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบและอนุมัติตามที่กระทรวงพาณิชย์ (พณ.) เสนอ ดังนี้ 

          1. เห็นชอบต่อร่างปฏิญญาว่าด้วยการบังคับใช้ไปพลางก่อนของพิธีสารฉบับที่ 2 เพื่อแก้ไขความตกลงการค้าสินค้าของอาเซียน [Declaration on the Provisional Application of the Second Protocol to Amend the ASEAN Trade in Goods Agreement (ATIGA)] (ร่างปฏิญญาฯ) ทั้งนี้ หากมีการแก้ไขถ้อยคำที่มิใช่สาระสำคัญและไม่ขัดต่อผลประโยชน์ของไทย ให้ พณ. ดำเนินการต่อไปได้ โดยไม่ต้องขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีอีก 

          2. อนุมัติให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์หรือผู้แทนที่ได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ร่วมรับรองร่างปฏิญญาฯ

          สาระสำคัญของเรื่อง

          1. ความตกลงการค้าสินค้าของอาเซียน (ASEAN Trade in Goods Agreement: ATIGA) (ความตกลง ATIGA) เริ่มใช้ครั้งแรกเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2553 ภายใต้แผนพิมพ์เขียวประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC Blueprint) ที่ต้องการให้อาเซียนเป็นตลาดเดียวและเป็นฐานการผลิตร่วมกัน โดยความตกลง ATIGA ได้ถูกพัฒนาปรับปรุงมาจากความตกลงว่าด้วยการใช้อัตราภาษีพิเศษที่เท่ากันสำหรับเขตการค้าเสรีอาเซียน ปี 2535 (the Agreement on the Common Effective Preferential Tariff Scheme for the ASEAN Free Trade Area : CEPT) ที่มีอยู่เดิมและรวบรวมกฎระเบียบและโครงการด้านการค้าสินค้าต่าง ๆ ของอาเซียนมาไว้ในกรอบเดียว โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างหลักเกณฑ์ด้านการค้าระหว่างประเทศอาเซียนและประเทศคู่เจรจาอื่น ๆ ซึ่งความตกลงดังกล่าวได้ครอบคลุมทั้งเรื่องมาตรการทางภาษีและมิใช่ภาษี เช่น การอำนวยความสะดวกทางการค้า พิธีศุลกากร มาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช เป็นต้น ซึ่งเป้าหมายสำคัญของความตกลง ATIGA คือ การลดและยกเลิกอากรศุลกากรสำหรับสินค้าที่ค้าขายระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียน โดยมุ่งให้อากรศุลกากรเป็นร้อยละ 0 เพื่อส่งเสริม การเคลื่อนย้ายสินค้าอย่างเสรีภายในอาเซียน ทั้งนี้ ในปี 2568 ประเทศสมาชิกอาเซียนสามารถยกเลิกภาษีศุลกากรสำหรับสินค้าประมาณร้อยละ 98.86 ภายใต้ความตกลง ATIGA

          2. คณะรัฐมนตรีมีมติ (21 ตุลาคม 2568) ดังนี้

              2.1 เห็นชอบร่างพิธีสารฉบับที่ 2 เพื่อแก้ไขความตกลง ATIGA และเอกสารแนบท้าย (พิธีสารฉบับที่ 2ฯ) ตามที่ พณ. เสนอ และอนุมัติให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์หรือผู้แทนที่ได้รับมอบหมายลงนามในร่างพิธีสารฉบับที่ 2ฯ โดยให้กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) ดำเนินการออกหนังสือมอบอำนาจเต็ม (Full Powers) ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์หรือผู้แทนที่ได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ลงนามในร่างพิธีสารฉบับที่ 2ฯ ทั้งนี้ ให้คณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาแล้ว เสนอรัฐสภาพิจารณาให้ความเห็นชอบตามมาตรา 178 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ก่อนแสดงเจตนาให้มีผลผูกพันต่อไป โดยร่างพิธีสารฉบับที่ 2ฯ เป็นการยกระดับความตกลง ATIGA ให้มีความทันสมัยและสอดคล้องกับพัฒนาการทางการค้าในปัจจุบัน รวมทั้งสอดคล้องกับมาตรฐานของความตกลงการค้าเสรีสมัยใหม่ เช่น ความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (Regional Comprehensive Economic Partnership: RCEP) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการลดอุปสรรคทางการค้าทั้งในรูปแบบมาตรการทางภาษีและมาตรการที่มิใช่ภาษี ซึ่งร่างพิธีสารฉบับที่ 2ฯ ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ เนื้อหาความตกลง 17 บท และภาคผนวก 2 ภาคผนวก [แบ่งเป็น การคงเนื้อหาเดิม 3 บท การจัดทำบทบัญญัติใหม่ 6 บท และ 1 ภาคผนวก การปรับปรุงเนื้อหาเดิม 8 บท และ 1 ภาคผนวก ไว้เป็นเอกสารแนบท้าย (Appendix) ของความตกลง ATIGA] 

              2.2 เมื่อรัฐสภามีมติเห็นชอบพิธีสารฉบับที่ 2ฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินกระบวนการภายในที่เกี่ยวข้องแล้วเสร็จ ให้ กต. ดำเนินการนำส่งสัตยาบันสารของร่างพิธีสารฉบับที่ 2ฯ ให้แก่เลขาธิการอาเซียนเพื่อรับทราบการให้สัตยาบันพิธีสารดังกล่าว รวมทั้ง ให้กรมการค้าต่างประเทศและกรมศุลกากรดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้พิธีสารฉบับที่ 2ฯ มีผลใช้บังคับภายใน 18 เดือน หลังจากประเทศสมาชิกอาเซียนลงนามในร่างพิธีสารฉบับที่ 2ฯ

              ทั้งนี้ แม้ประเทศไทยและประเทศสมาชิกอาเซียนได้ลงนามในพิธีสารฉบับที่ 2ฯ ครบถ้วนแล้วเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2568 แต่เนื่องจากได้มีพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2568 ตั้งแต่วันที่ 12 ธันวาคม 2568 พณ. จึงไม่สามารถเสนอพิธีสารฉบับที่ 2ฯ ไปเพื่อรัฐสภาพิจารณาให้ความเห็นชอบพิธีสารฉบับที่ 2ฯ ตามมาตรา 178 วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ต่อไปได้

          3. ต่อมาคณะรัฐมนตรีมีมติ (2 มิถุนายน 2569) เห็นชอบพิธีสารฉบับที่ 2ฯ ซึ่งได้มีการลงนามแล้วตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2568 ตามที่ พณ. เสนอ ทั้งนี้ พณ. ได้ดำเนินการเสนอพิธีสารฉบับที่ 2ฯ ต่อรัฐสภา และรัฐสภาได้มีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2569 โดยพิธีสารดังกล่าวจะมีผลใช้บังคับอย่างสมบูรณ์ในวันที่ 1 มิถุนายน 2570 หรือภายใน 18 เดือน หลังจากประเทศสมาชิกอาเซียนทั้ง 10 ประเทศลงนามในร่างพิธีสารฉบับที่ 2ฯ

          4. เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2569 และ 8 พฤษภาคม 2569 ที่ประชุมคณะมนตรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน สมัยพิเศษ (Special AEC Council Meeting) และที่ประชุมสุดยอดอาเซียน (ASEAN Summit) ครั้งที่ 48 ณ สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ มีมติให้ประเทศสมาชิกอาเซียน (ASEAN Member States: AMS) พิจารณาความเป็นไปได้ในการเร่งรัดกระบวนการให้สัตยาบันสารเพื่อให้พิธีสารฉบับที่ 2ฯ มีผลใช้บังคับภายในปี 2569 พร้อมทั้งมอบหมายคณะกรรมการเจรจายกระดับความตกลงการค้าสินค้าของอาเซียน (ATIGA Upgrade Committee: ATIGA - TNC) ดำเนินการ ซึ่งต่อมาเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2569 และ 3 สิงหาคม 2569 ที่ประชุม ATIGA – TNC เห็นควรใช้แนวทางการบังคับใช้ไปพลางก่อน (Provisional Application) ก่อนพิธีสารฉบับที่ 2ฯ มีผลบังคับใช้จริงในวันที่ 1 มิถุนายน 2570 โดยให้รัฐมนตรีเศรษฐกิจของประเทศสมาชิกอาเซียนทุกประเทศรวมทั้งประเทศไทย ให้การรับรองต่อการบังคับใช้ร่างปฏิญญาฯ ก่อนจัดส่งหนังสือแจ้งการยืนยัน (Notification of Confirmation) ไปยังสำนักเลขาธิการอาเซียน (ASEAN Secretariat: ASEC) ซึ่งคาดว่ารัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนจะร่วมรับรองร่างปฏิญญาดังกล่าวในการประชุม AFTA Council ครั้งที่ 40 ในวันที่ 19 กันยายน 2569 ณ สาธารณรัฐฟิลิปปินส์

          5. ประโยชน์ : พิธีสารฉบับที่ 2ฯ มีการเพิ่มข้อบทใหม่ เช่น การค้าและสิ่งแวดล้อม การค้าในสภาวการณ์วิกฤต ดังนั้น การเร่งรัดการบังคับใช้พิธีสารฉบับที่ 2ฯ จะเป็นการส่งสัญญาณในเชิงนโยบายว่า ประเทศสมาชิกอาเซียนมีความตั้งใจที่จะร่วมมือกันผลักดันเพื่อปรับตัวและตอบสนองต่อประเด็นการค้าใหม่สำหรับการเปลี่ยนแปลงทางการค้าในยุคปัจจุบัน ซึ่งจะเป็นการเพิ่มความเชื่อมั่นต่อภาคเอกชนที่นำเข้า/ส่งออกภายในภูมิภาคอาเซียน

 

 

(โปรดตรวจสอบมติคณะรัฐมนตรีที่เป็นทางการจากสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง)

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ (รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม) 15 กันยายน 2569

 

 

g28

Click Donate Support Web

NT logo 720x100

GSB720x100px

ใจฟู720x100pxSME720x100 2024EXIM One 720x90 C JPTG 720x100Banner GPF720x100 PXTOA 720x100

CKPower 720x100

QIC 720x100aia 720 x100BKI 720 x 100MTI 720x100MTL 720x100ธกส 720x100