ร่างกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักนายกรัฐมนตรี พ.ศ. ....
ร่างกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักนายกรัฐมนตรี พ.ศ. ....

คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบร่างกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักนายกรัฐมนตรี พ.ศ. …. ที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้ว และให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีส่งร่างกฎกระทรวงดังกล่าวไปยังสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเพื่อนำเสนอนายกรัฐมนตรีพิจารณาลงนาม และประกาศในราชกิจจานุเบกษาต่อไป
สาระสำคัญของเรื่อง
สคก. เสนอว่า
1. โดยที่สำนักงาน ก.พ.ร. ได้ส่งร่างกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักนายกรัฐมนตรี พ.ศ. .... ที่คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ได้มีมติเห็นชอบ ให้ สคก. ตรวจพิจารณาตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2549 โดยกำหนดแนวทางปฏิบัติในการเสนอร่างกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการภายในกรมตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน ให้เสนอ ก.พ.ร. พิจารณา และเมื่อ ก.พ.ร. พิจารณาให้ความเห็นชอบแล้วให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงส่งร่างกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการดังกล่าวให้ สคก. ตรวจพิจารณา
2. สคก. ได้ตรวจพิจารณาร่างกฎกระทรวงตามข้อ 1. เสร็จแล้ว (เรื่องเสร็จที่ 471/2569) โดยสำนักงบประมาณ (สงป.) และสำนักงาน ก.พ. ได้ยืนยันให้ความเห็นชอบ กับการแก้ไขเพิ่มเติมร่างกฎกระทรวงดังกล่าวแล้ว
3. สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีพิจารณาแล้วเห็นว่า ร่างกฎกระทรวงตามข้อ 1 ที่ สคก. เสนอ มีสาระสำคัญเป็นการยกเลิกกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักนายกรัฐมนตรี พ.ศ. 2556 และที่แก้ไขเพิ่มเติม เพื่อให้สอดคล้อง กับสถานการณ์เศรษฐกิจและสังคมในปัจจุบันซึ่งเปลี่ยนแปลงไป อันจะทำให้การปฏิบัติภารกิจตามหน้าที่และอำนาจมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลยิ่งขึ้น โดยเพิ่มเติมภารกิจของ สคก. ในส่วนของหน้าที่และอำนาจในการเป็นศูนย์ข้อมูลกฎหมายกลาง ให้ครอบคลุมถึงการอำนวยความสะดวกในการเข้าถึงบทบัญญัติและข้อมูลทางกฎหมาย ให้สอดคล้องกับภารกิจของ สคก. ในปัจจุบันตามพระราชบัญญัติหลักเกณฑ์การจัดทำร่างกฎหมายและการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย พ.ศ. 2562 และมีการปรับปรุงการแบ่งส่วนราชการ สรุปได้ ดังนี้
|
การแบ่งส่วนราชการ |
การแบ่งส่วนราชการ |
หมายเหตุ |
||
|
1.สำนักงานเลขาธิการ |
คงเดิม |
● ปรับปรุงหน้าที่และอำนาจ เกี่ยวกับการปฏิบัติราชการทั่วไปของสำนักงานและราชการอื่นที่มิได้แยกให้เป็นหน้าที่ของกองหรือส่วนราชการใดโดยเฉพาะ |
||
|
2. กองกฎหมายกระบวนการยุติธรรม 3. กองกฎหมายการเงินการคลัง 4. กองกฎหมายการบริหารราชการแผ่นดิน 5. กองกฎหมายการพาณิชย์และอุตสาหกรรม 6. กองกฎหมายการศึกษาและวัฒนธรรม 7. กองกฎหมายต่างประเทศ 8. กองกฎหมายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 9. กองกฎหมายเทคโนโลยีและการคมนาคม 10.กองกฎหมายไทย 11.กองกฎหมายปกครอง 12. กองกฎหมายสวัสดิการสังคม 13. กองพัฒนากฎหมาย 14. กองหลักนิติบัญญัติ 15.สถาบันพัฒนานักกฎหมายมหาชน |
กองกฎหมาย 1 -14 |
เปลี่ยนชื่อ กองกฎหมาย จำนวน 13 กองและสถาบันพัฒนากฎหมาย เป็นกองกฎหมาย 1-14 (เดิม โครงสร้างยึดโยงกับกฎหมายรายสาขาเป็นหลัก) เพื่อรองรับการพัฒนาและปรับปรุงกฎหมาย ที่ มีความเฉพาะตามสถานการณ์และแก้ไขปัญหาการทำงานแบบแยกหน่วยงาน (Silo) โดยการปรับระบบการบริหารให้มีความยืดหยุ่น (Flexibility) เพื่อให้การพัฒนาและปรับปรุงกฎหมายของ สคก. ทั้งกฎหมาย ที่มาจากส่วนราชการและกฎหมายตามนโยบายเร่งด่วนสำคัญของรัฐบาลมีประสิทธิภาพมากขึ้น ● ปรับปรุงหน้าที่และอำนาจ ให้มีหน้าที่และอำนาจอย่างกว้างเพื่อให้เลขาธิการ คณะกรรมการกฤษฎีกาสามารถมีคำสั่งกำหนดหน้าที่และอำนาจของแต่ละกองให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์และภารกิจของ สคก. ที่เปลี่ยนแปลงไป โดยมีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้ 1. จัดทำและตรวจพิจารณาร่างกฎหมายการให้ความเห็นทางกฎหมาย การวิจัยและพัฒนากฎหมาย การประสานงาน ด้านการนิติบัญญัติ การพัฒนาศักยภาพนักกฎหมายภาครัฐ และการเผยแพร่หรือให้บริการข้อมูลทางกฎหมาย 2. ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นในส่วนที่เกี่ยวข้องกับภารกิจหรืออยู่ในความรับผิดชอบ |
||
|
16. กลุ่มตรวจสอบภายในคงเดิม |
คงเดิม |
● ปรับแก้ไขถ้อยคำให้เป็นไปตามแนวทางการตรวจร่างกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการ ที่ผ่านมา |
||
|
17. กลุ่มพัฒนาระบบบริหาร |
คงเดิม |
● แก้ไขถ้อยคำว่า “ส่วนราชการภายในสำนักงาน” เป็น คำว่า “หน่วยงานภายในสำนักงาน” เพื่อให้เป็นไปตามแนวทางการตรวจร่างกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการ ที่ผ่านมา |
||
|
18. ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต |
คงเดิม |
● ทำหน้าที่หลักในการบูรณาการและ ขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการที่เกี่ยวข้องกับการต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบและการส่งเสริมคุณธรรมและจริยธรรมในสำนักงานรับผิดชอบงานขึ้นตรงต่อเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา |
ทั้งนี้ ในการปรับปรุงโครงสร้างการแบ่งส่วนราชการดังกล่าวไม่มีการเพิ่มจำนวนกองและอัตรากำลังในภาพรวม โดย สคก. ได้ดำเนินการตามขั้นตอนและแนวทางปฏิบัติในการเสนอ ร่างกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการภายในกรมตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2549 แล้วประกอบกับ สงป. และสำนักงาน ก.พ. ได้ยืนยันให้ความเห็นชอบกับการแก้ไขเพิ่มเติม ร่างกฎกระทรวงดังกล่าวแล้ว
(โปรดตรวจสอบมติคณะรัฐมนตรีที่เป็นทางการจากสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง)
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล (นายกรัฐมนตรี) 16 มิถุนายน 2569
g3













