ร่างกฎหมายตามมาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมระบบภาษีอิเล็กทรอนิกส์
ร่างกฎหมายตามมาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมระบบภาษีอิเล็กทรอนิกส์

คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการตามที่กระทรวงการคลัง (กค.) เสนอ ดังนี้
1. ร่างพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งมีสาระสำคัญเป็นการขยายระยะเวลามาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการลงทุนในระบบภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (สิ้นสุดมาตรการฯ เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2568) โดยยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลเป็นจำนวน 2 เท่า ของรายจ่ายสำหรับค่าใช้จ่าย ดังนี้
1.1 รายจ่ายเพื่อการลงทุนในระบบภาษีอิเล็กทรอนิกส์หรือใบรับอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice & e-Receipt) (คงเดิม)
1.2 รายจ่ายเพื่อการลงทุนในระบบภาษีหัก ณ ที่จ่ายอิเล็กทรอนิกส์ (e-Withholding Tax) (คงเดิม)
1.3 รายจ่ายเพื่อการใช้บริการระบบ e-Tax Invoice & e-Receipt และระบบ e-Withholding Tax จากผู้ให้บริการ (คงเดิม)
1.4 รายจ่ายเพื่อการใช้บริการตรวจประเมินระบบสารสนเทศที่ผู้ให้บริการจัดทำหรือนำส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ (Service Provider) จ่ายให้แก่สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) (เพิ่มเติม)
ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2570
2. ร่างกฎกระทรวง ฉบับที่ .. (พ.ศ. ....) ออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยภาษีเงินได้ ซึ่งมีสาระสำคัญเป็นการขยายระยะเวลามาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการใช้ระบบภาษีหัก ณ ที่จ่ายอิเล็กทรอนิกส์ (e-Withholding Tax) (สิ้นสุดมาตรการฯ เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2568) โดยลดอัตราภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายที่มีอัตราร้อยละ 5 อัตราร้อยละ 3 และอัตราร้อยละ 2 เหลืออัตราร้อยละ 1 สำหรับการจ่ายเงินได้พึงประเมินให้แก่นิติบุคคล (ไม่รวมมูลนิธิหรือสมาคม) และบุคคลธรรมดาผ่านระบบ e-Withholding Tax (คงเดิม) ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2570 รวม 2 ฉบับ เพื่อให้การส่งเสริมการแปลงเป็นดิจิทัล (Digital Transformation) และการใช้ระบบ e-Tax Invoice & e-Receipt และระบบ e-Withholding Tax เป็นไปอย่างต่อเนื่อง รวมทั้ง ส่งเสริมให้มีผู้ให้บริการในการจัดทำหรือนำส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์แทนผู้เสียภาษีที่มีข้อจำกัดในการจัดทำ ยื่น หรือส่งเอกสารด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์เพิ่มมากขึ้น
เรื่องเดิม
สืบเนื่องจาก กค. โดยกรมสรรพากรได้ออกมาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมระบบภาษีอิเล็กทรอนิกส์จำนวน 2 มาตรการ ดังนี้
1) มาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการลงทุนในระบบภาษีอิเล็กทรอนิกส์ โดยตราพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 766) พ.ศ. 2566 เพื่อยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลเป็นจำนวน 2 เท่า ของรายจ่าย สำหรับ 1) รายจ่ายเพื่อการลงทุนในระบบ e-Tax Invoice & e-Receipt 2) รายจ่ายเพื่อการลงทุนในระบบ e-Withholding Tax และ 3) รายจ่ายเพื่อการใช้บริการ ระบบ e-Tax Invoice & e-Receipt และระบบ e-Withholding Tax จากผู้ให้บริการตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2566 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568
2) มาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการใช้ระบบภาษีหัก ณ ที่จ่ายอิเล็กทรอนิกส์ (e-Withholding Tax) โดยออกกฎกระทรวง ฉบับที่ 389 (พ.ศ. 2566) ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยภาษีเงินได้ เพื่อลดอัตราภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายที่มีอัตราร้อยละ 5 อัตราร้อยละ 3 และอัตราร้อยละ 2 เหลืออัตราร้อยละ 1 สำหรับการจ่ายเงินได้พึงประเมินให้แก่นิติบุคคล (ไม่รวมมูลนิธิหรือสมาคม) และบุคคลธรรมดาผ่านระบบ e-Withholding Tax ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2566 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568
สาระสำคัญของร่างกฎหมาย
กค. เสนอว่า
1. โดยที่มาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมระบบภาษีอิเล็กทรอนิกส์ ได้สิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ประกอบกับกรมสรรพากรได้ผลักดันกระบวนการทำงานโดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อยกระดับการให้บริการแก่ผู้เสียภาษี และเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการเข้ามามีส่วนร่วมเป็น Service Provider จัดทำหรือนำส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ให้กรมสรรพากร 4 ด้าน ได้แก่
1.1 ผู้ให้บริการจัดทำและนำส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์จากระบบ e-Tax Invoice & e-Receipt (ปัจจุบันมีผู้ให้บริการ 23 ราย)
1.2 ผู้ให้บริการจัดทำและยื่นแบบแสดงรายการภาษีจากระบบยื่นแบบแสดงรายการภาษีผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต (e-Filing) (ปัจจุบันมีผู้ให้บริการ 1 ราย)
1.3 ผู้ให้บริการจัดทำและยื่นขอเสียอากรแสตมป์เป็นตัวเงินจากระบบขอเสียอากรแสตมป์เป็นตัวเงินสำหรับตราสารอิเล็กทรอนิกส์ (e-Stamp Duty) (ปัจจุบัน มีผู้ให้บริการ 5 ราย)
1.4 ผู้ให้บริการจัดทำและนำส่งข้อมูลบัญชีพิเศษที่ได้รับมอบหมายจากผู้ประกอบการอิเล็กทรอนิกส์แพลตฟอร์ม (ปัจจุบันยังไม่มีผู้ให้บริการ)
2. นอกจากนี้ เพื่อลดข้อจำกัดในด้านขีดความสามารถของผู้ประกอบการในการเชื่อมต่อระบบอิเล็กทรอนิกส์ของตนกับระบบอิเล็กทรอนิกส์ของกรมสรรพากรดังกล่าว กรมสรรพากรได้ส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการจัดทำและยื่นหรือส่งเอกสารหลักฐานหรือหนังสือด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่าน Service Provider โดยกำหนดมาตรฐานในด้านความมั่นคงปลอดภัยในการให้บริการจัดทำหรือนำส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว ตามที่ สพธอ. ประกาศกำหนด1 ซึ่งส่งผลให้ Service Provider มีต้นทุนค่าใช้จ่ายในการตรวจสอบรับรองระบบสารสนเทศกับ สพธอ. เฉลี่ยปีละประมาณ 250,000 บาท
3. ดังนั้น เพื่อให้การส่งเสริมการแปลงเป็นดิจิทัล (Digital Transformation) และการใช้ระบบ e-Tax Invoice & e-Receipt และระบบ e-Withholding Tax เป็นไปอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งส่งเสริมให้มีผู้ให้บริการในการจัดทำหรือนำส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์แทนผู้เสียภาษีที่มีข้อจำกัดในการจัดทำ ยื่น หรือส่งเอกสารด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์เพิ่มมากขึ้น ซึ่งมีส่วนช่วยให้การจัดการภาษีเป็นเรื่องง่าย ลดต้นทุนของผู้ประกอบการ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ กค. พิจารณาแล้วเห็นควรขยายระยะเวลามาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมระบบภาษีอิเล็กทรอนิกส์ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2570 โดยให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีครอบคลุมถึงรายจ่ายเพื่อการตรวจสอบประเมินระบบสารสนเทศ ที่ Service Provider ต้องจ่ายให้แก่ สพธอ. ด้วย ดังนี้
3.1 ร่างพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (มาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการลงทุนในระบบภาษีอิเล็กทรอนิกส์) โดยมีสาระสำคัญเป็นการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลเป็นจำนวน 2 เท่า ของรายจ่าย สำหรับค่าใช้จ่าย ดังนี้
3.1.1 รายจ่ายเพื่อการลงทุนในระบบภาษี e-Tax Invoice & e-Receipt (คงเดิม)
3.1.2 รายจ่ายเพื่อการลงทุนในระบบภาษี e-Withholding Tax (คงเดิม)
3.1.3 รายจ่ายเพื่อการใช้บริการระบบ e-Tax Invoice & e-Receipt และระบบ e-Withholding Tax จากผู้ให้บริการ (คงเดิม)
3.1.4 รายจ่ายเพื่อการใช้บริการตรวจประเมินระบบสารสนเทศที่ Service Provider จ่ายให้แก่ สพธอ. (เพิ่มเติม) ซึ่งมีรายละเอียด ดังนี้
|
ค่าใช้จ่ายที่ได้รับยกเว้นภาษี |
สิทธิประโยชน์ |
เงื่อนไข |
||
|
1. การลงทุนในระบบใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์และใบรับอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice & e-Receipt) (ร่างมาตรา 4) (คงเดิม) [รายจ่ายเพื่อการลงทุนในระบบการจัดทำข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ระบบการรับข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ หรือการจัดซื้อโปรแกรมคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์เก็บใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์อื่นใดที่ใช้ร่วมกับเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการจัดทำ ส่งมอบ รับ หรือเก็บรักษาใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์หรือใบรับอิเล็กทรอนิกส์ แต่ไม่รวมค่าซ่อมแซมอุปกรณ์และรายจ่ายของผู้ให้บริการ จัดทำหรือนำส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์และผู้พัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์เพื่อการขายหรือการให้บริการแก่บุคคลอื่น] |
● บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลได้รับยกเว้นภาษีเงินได้เป็นจำนวน 2 เท่าของรายจ่ายที่ได้ลงทุนในระบบ e-Tax Invoice & e-Receipt |
● ต้องจ่ายไปตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2570 ● ทรัพย์สินที่ลงทุนต้องมีลักษณะ (ร่างมาตรา 6) ดังนี้ - ไม่เคยผ่านการใช้งานมาก่อน - เป็นทรัพย์สินที่นำมาหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาของทรัพย์สินได้ โดยต้องได้มาและอยู่ในสภาพพร้อมใช้การได้ภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2570 - อยู่ในราชอาณาจักร - นำมาใช้งานเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 3 รอบระยะเวลาบัญชีติดต่อกัน นับแต่รอบระยะเวลาบัญชีแรกที่ได้มาและพร้อมใช้งาน - ไม่เป็นทรัพย์สินที่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีอย่างอื่น ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน - ไม่เป็นทรัพย์สินที่นำไปใช้ในกิจการที่ได้รับการยกเว้นภาษีตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน กฎหมายว่าด้วยการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศสำหรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย หรือกฎหมายว่าด้วยเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน |
||
|
2. การลงทุนในระบบภาษีหัก ณ ที่จ่ายอิเล็กทรอนิกส์ (e-Withholding Tax) (ร่างมาตรา 5) (คงเดิม) [รายจ่ายเพื่อการลงทุนในระบบการนำส่งภาษี หรือการจัดซื้อโปรแกรมคอมพิวเตอร์อุปกรณ์เก็บใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์เครื่องคอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์อื่นใด ที่ใช้ร่วมกับเครื่องคอมพิวเตอร์โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการนำส่งภาษีแต่ไม่รวมค่าซ่อมแซมอุปกรณ์] |
● บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลได้รับยกเว้นภาษีเงินได้เป็นจำนวน 2 เท่าของรายจ่ายที่ได้ลงทุนในระบบ e-Withholding Tax |
|
||
|
3. การใช้บริการระบบ e-Tax Invoice & e-Receipt และระบบ e-Withholding Tax จากผู้ให้บริการ [ร่างมาตรา 7 (1) และ (2)] (คงเดิม) [ค่าบริการของผู้ให้บริการจัดทำหรือนำส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ค่าบริการใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ หรือค่าบริการใช้พื้นที่เก็บข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ในการนำส่งภาษี ผ่านระบบ e-Tax Invoice & e-Receipt และระบบ e-Withholding Tax] |
● บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลได้รับยกเว้นภาษีเงินได้เป็นจำนวน 2 เท่าของรายจ่ายในการใช้บริการระบบ e-Tax Invoice & e-Receipt และระบบ e-Withholding Tax จากผู้ให้บริการ และการใช้บริการ ตรวจประเมินระบบสารสนเทศ ที่ Service Provider จ่ายให้แก่ สพธอ. |
● ต้องจ่ายไปตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2570 |
||
|
4. การใช้บริการตรวจประเมินระบบสารสนเทศที่ Service Provider จ่ายให้แก่ สพธอ. [ร่างมาตรา 7 (3)] (เพิ่มเติม) [ค่าบริการตรวจประเมินระบบสารสนเทศ และค่าธรรมเนียมหรือค่าบริการอื่นใด ที่เกี่ยวเนื่องกับการตรวจประเมินระบบสารสนเทศที่ Service Provider จ่ายให้แก่ สพธอ. สำหรับเป็นผู้ให้บริการจัดทำหรือนำส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์จากระบบ e-Tax Invoice & e-Receipt จัดทำและยื่นแบบแสดงรายการภาษีผ่านระบบ e-Filing จัดทำและยื่นขอเสียอากรแสตมป์เป็นตัวเงินจากระบบe-Stamp Duty และจัดทำและนำส่งข้อมูลบัญชีพิเศษที่ได้รับมอบหมายจากผู้ประกอบการอิเล็กทรอนิกส์แพลตฟอร์ม] |
|
|
3.2 ร่างกฎกระทรวง ฉบับที่ .. (พ.ศ. ....) ออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยภาษีเงินได้ [มาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการใช้ระบบภาษีหัก ณ ที่จ่ายอิเล็กทรอนิกส์ (e-Withholding Tax)] โดยมีสาระสำคัญเป็นการลดอัตราภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายที่มีอัตราร้อยละ 52 อัตราร้อยละ 33 และอัตราร้อยละ 24 เหลืออัตราร้อยละ 1 สำหรับการจ่ายเงินได้พึงประเมินให้แก่นิติบุคคล (ไม่รวมมูลนิธิหรือสมาคม) และบุคคลธรรมดาผ่านระบบ e-Withholding Tax ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2570 ตามที่กฎกระทรวงกำหนด เช่น
|
นิติบุคคล (ไม่รวมมูลนิธิหรือสมาคม) |
บุคคลธรรมดา |
|
|
1. เงินได้เนื่องจากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำ เช่น ค่านายหน้า ค่าโบนัส เป็นต้น 2. ค่ากู๊ดวิลล์ (ค่าความนิยมในตัวบริษัทจะเกิดขึ้นเมื่อบริษัทนั้นขายกิจการ) ค่าลิขสิทธิ์ 3. ค่าเช่าทรัพย์สิน ยกเว้นค่าเช่าเรือ 4. เงินได้จากวิชาชีพอิสระ เช่น กฎหมาย วิศวกรรม สถาปัตยกรรม การบัญชี เป็นต้น 5. เงินที่ได้จากการรับเหมา 6. เงินที่ได้จากการจ้างทำของ เงินรางวัลในการประกวด การแข่งขัน การชิงโชค และเงินได้จากการให้บริการอื่น ๆ |
1. ค่าเช่าทรัพย์สิน ยกเว้นค่าเช่าเรือ 2. เงินได้จากวิชาชีพอิสระ เช่น กฎหมาย วิศวกรรม สถาปัตยกรรม การบัญชี เป็นต้น 3. เงินที่ได้จากการรับเหมา 4. เงินที่ได้จากการจ้างทำของ เงินรางวัลในการประกวด การแข่งขัน การชิงโชค และเงินได้จากการให้บริการอื่น ๆ 5. ค่าแสดงของนักแสดงสาธารณะที่มีภูมิลำเนาอยู่ในประเทศไทย |
อนึ่ง ในระหว่างที่ร่างกฎกระทรวงฉบับนี้ยังไม่มีผลใช้บังคับ กค. ได้ออกประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง ขยายกำหนดเวลาการนำส่งเงินภาษีเพิ่มเติมสำหรับการนำส่งเงินภาษีผ่านระบบหักภาษี ณ ที่จ่ายอิเล็กทรอนิกส์ ลงวันที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 กำหนดให้ผู้มีหน้าที่นำส่งภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย สำหรับการจ่ายเงินได้พึงประเมินผ่านระบบ e – Withholding Tax ดังกล่าวที่ได้กระทำในระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2569 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2569 สามารถนำส่งเงินภาษีเพิ่มเติมได้ภายในวันที่ 30 เมษายน 2569 เพื่อให้การลดอัตราภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายเป็นไปอย่างต่อเนื่องและไม่สร้างภาระแก่ผู้นำส่งภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ผ่านระบบ e-Withholding Tax ที่นำส่งเงินภาษีไม่ตรงตามอัตราที่กำหนดไว้ (อัตราร้อยละ 5 อัตราร้อยละ 3 และอัตราร้อยละ 2)
4. กค. ได้จัดทำประมาณการการสูญเสียรายได้และประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับตามมาตรา 27 และมาตรา 32 แห่งพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 แล้ว โดยคาดว่ามาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการลงทุนในระบบภาษีอิเล็กทรอนิกส์จะทำให้สูญเสียรายได้ภาษีเงินได้นิติบุคคลประมาณ 33 ล้านบาท (รวม 2 ปีภาษี ประมาณ 66 ล้านบาท) และมาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการใช้ระบบภาษีหัก ณ ที่จ่ายอิเล็กทรอนิกส์ (e-Withholding Tax) ไม่ทำให้สูญเสียรายได้ภาษี แต่จะช่วยให้ผู้ประกอบการมีกระแสเงินสดเพิ่มขึ้น ปีละประมาณ 27,000 ล้านบาท และลดต้นทุนให้แก่ผู้ประกอบการที่ประสงค์จะเป็น Service Provider รวมทั้งอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ใช้บริการระบบภาษีอิเล็กทรอนิกส์ของกรมสรรพากรด้วย อีกทางหนึ่ง
5. สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักงบประมาณ และสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์เห็นด้วยในหลักการของร่างพระราชกฤษฎีกาและร่างกฎกระทรวงดังกล่าว โดยสำนักงบประมาณมีความเห็นเพิ่มเติมว่า สมควรให้กระทรวงการคลังและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสร้างการรับรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับมาตรการภาษีดังกล่าวให้กับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในโอกาสแรก ตลอดจนติดตามประเมินผลสัมฤทธิ์ และรายงานผลการดำเนินงานตามมาตรการภาษีดังกล่าวเมื่อสิ้นสุดระยะเวลาดำเนินการตามนัยพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 ต่อไป และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเห็นว่าอยู่ในอำนาจของคณะรัฐมนตรีที่จะพิจารณาอนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาและร่างกฎกระทรวงดังกล่าวได้
______________________
1 เป็นไปตามข้อ 7 (2) ของกฎกระทรวง ฉบับที่ 384 (พ.ศ. 2565) ออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการดำเนินการเกี่ยวกับเอกสารหลักฐานหรือหนังสือด้วยกระบวนการการทางอิเล็กทรอนิกส์
2 อัตราภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่มีอัตราร้อยละ 5 เช่น ค่าเช่าอาคาร ค่าแสดง เงินรางวัล เป็นต้น
3 อัตราภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่มีอัตราร้อยละ 3 เช่น ค่านายหน้า ค่าลิขสิทธิ์ ค่าสอบบัญชี ค่าจ้างทำของ ค่าบริการ ค่ารับเหมา เป็นต้น
4อัตราภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่มีอัตราร้อยละ 2 เช่น ค่าจ้างโฆษณา เป็นต้น
5 เป็นไปตามข้อ 2 (17/5) ของกฎกระทรวง ฉบับที่ 144 (พ.ศ. 2522) ออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยภาษีเงินได้ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ 389 (พ.ศ. 2566) ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยภาษีเงินได้
(โปรดตรวจสอบมติคณะรัฐมนตรีที่เป็นทางการจากสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง)
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล (นายกรัฐมนตรี) 16 มิถุนายน 2569
g1













