ขอความเห็นชอบโครงการ Enhancing Environmental Security and Transboundary Cooperation in the Golok River Basin

Category: มติ ครม.
Published on Thursday, 04 June 2026 05:14
Hits: 993

 

ขอความเห็นชอบโครงการ Enhancing Environmental Security and Transboundary Cooperation in the Golok River Basin

 

Gov 3

 

          คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เสนอ ดังนี้ 

          1. เห็นชอบเอกสารโครงการ Enhancing Environmental Security and Transboundary Cooperation in the Golok/Kolok River Basin (การเสริมสร้างความมั่นคงด้านสิ่งแวดล้อมและความร่วมมือ ข้ามพรมแดนในลุ่มน้ำโก-ลก)

          2. เห็นชอบให้สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ โดยเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติลงนามร่วมกับผู้แทนองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ ในเอกสารโครงการ Enhancing Environmental Security and Transboundary Cooperation in the Golok/Kolok River Basin (การเสริมสร้างความมั่นคง ด้านสิ่งแวดล้อมและความร่วมมือข้ามพรมแดนในลุ่มน้ำโก-ลก)

          ทั้งนี้ หากมีความจำเป็นต้องปรับปรับปรุงแก้ไขในเอกสารโครงการในส่วนที่มิใช่สาระสำคัญหรือไม่ขัดต่อผลประโยชน์ของประเทศไทย ขอให้สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ สามารถดำเนินการได้โดยไม่ต้องเสนอต่อคณะรัฐมนตรีพิจารณาอีก

          สาระสำคัญของเรื่อง 

          1. สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ร่วมกับกรมชลประทานและการระบายน้ำประเทศมาเลเซีย จัดทำข้อเสนอโครงการ Enhancing Environmental Security and Transboundary Cooperation in the Golok/Kolok River Basin (การเสริมสร้างความมั่นคงด้านสิ่งแวดล้อมและความร่วมมือข้ามพรมแดนในลุ่มน้ำโก-ลก) เพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนสิ่งแวดล้อมโลก (Global Environment Facility: GEF) รอบที่ 7 ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาการบริหารจัดการความเสี่ยงจากน้ำท่วมและกระบวนการกัดเซาะในลุ่มน้ำข้ามพรมแดนและแผนการลงทุนร่วมกันเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านสิ่งแวดล้อมในลุ่มน้ำโก-ลก โดยมีองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (Food and Agriculture Organization of the United Nations: FAO) เป็นหน่วยบริหารโครงการ (GEF Agency) โครงการดังกล่าวได้ขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนสิ่งแวดล้อมโลก เป็นจำนวนเงิน 4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มีระยะเวลาดำเนินโครงการ 48 เดือน โดยประเทศไทยและประเทศมาเลเซียจะร่วมสนับสนุนงบประมาณสมทบตามหลักเกณฑ์การสนับสนุนงบประมาณสมทบจากกองทุนสิ่งแวดล้อมโลก คือ 1:7 (GEF Project Financing: Co-financing)

          2.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในฐานะหน่วยงานประสานกลางเชิงปฏิบัติ (Operational Focal Point) ของประเทศไทย มีหนังสือที่ ทส 0204.5/1413 ลงวันที่ 29 พฤษภาคม 2566 แจ้งว่ากองทุนสิ่งแวดล้อมโลกได้อนุมัติเอกสารโครงการแล้ว และขอให้พิจารณาดำเนินการตามขั้นตอนต่อไปโดยการหารือแนวทางการดำเนินโครงการร่วมกับ FAO ในฐานะ GEF Agency 

          3. FAO มีหนังสือ ที่ GCP/RAS/903/GFF ลงวันที่ 14 พฤษภาคม 2568 แจ้งว่า กองทุนสิ่งแวดล้อมโลกได้อนุมัติเอกสารโครงการฉบับสมบูรณ์เรียบร้อยแล้ว พร้อมทั้งนำส่งเอกสารโครงการ (Project Document) ซึ่งจะเป็นการลงนาม 2 ฝ่าย ระหว่าง FAO และ สทนช. 

          4. โครงการ Enhancing Environmental Security and Transboundary Cooperation in the Golok/Kolok River Basin (การเสริมสร้างความมั่นคงด้านสิ่งแวดล้อมและความร่วมมือข้ามพรมแดนในลุ่มน้ำโก-ลก) เป็นโครงการที่มีความสอดคล้องกับความต้องการของประเทศและระดับภูมิภาค (ไทย-มาเลเซีย) ในการบูรณาการจัดการทรัพยากรลุ่มน้ำระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นไปตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ 2561 - 2580) ยุทธศาสตร์ที่ 5 การสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในทุกมิติ โดยมีความเป็นหุ้นส่วนความร่วมมือทั้งในและต่างประเทศ และแผนพัฒนาเศรษฐกิจฉบับที่ 13 หมุดหมายที่ 11 ไทยสามารถลดความเสี่ยงและผลกระทบจากภัยธรรมชาติและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเพื่อสร้างความมั่นคงด้านน้ำ และสอดคล้องกับแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปี (ปรับปรุงช่วงที่ 1 พ.ศ. 2566 - 2580) ด้านที่ 3 การจัดการน้ำท่วมและอุทกภัย และด้านที่ 5 การบริหารจัดการ โดยโครงการฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาการบริหารจัดการความเสี่ยงจากน้ำท่วมและกระบวนการกัดเซาะในลุ่มน้ำข้ามพรมแดนและแผนการลงทุนร่วมกันเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านสิ่งแวดล้อมในลุ่มน้ำโก-ลก เนื่องจากลุ่มน้ำโก-ลก เป็นแม่น้ำระหว่างประเทศซึ่งอยู่ระหว่างประเทศไทยและมาเลเซียมีความสำคัญต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ โดยมีกิจกรรมภายใต้การดำเนินโครงการ ประกอบด้วย 6 องค์ประกอบ ได้แก่

               4.1 องค์ประกอบที่ 1 การจัดทำฐานข้อมูลและหลักฐานเชิงประจักษ์ร่วม เพื่อการบริหารจัดการอุทกภัยและการควบคุมการกัดเซาะ

               4.2 องค์ประกอบที่ 2 การเสริมสร้างกลไกความร่วมมือในการควบคุมอุทกภัยและการจัดการการกัดเซาะระหว่างพรมแดน เพื่อให้มีข้อตกลงวิสัยทัศน์ระยะยาวและเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมร่วมกัน 

               4.3 องค์ประกอบที่ 3 ออกแบบโครงการนำร่องโดยใช้ธรรมชาติเป็นพื้นฐาน (Nature-based Solution: NbS) เพื่อลดความเสี่ยงจากอุทกภัย การกัดเซาะต้นน้ำ การตกตะกอนที่ปากแม่น้ำ การปนเปื้อนของน้ำผิวดินและน้ำใต้ดิน และการสูญเสียบริการระบบนิเวศน้ำจืด 

               4.4 องค์ประกอบที่ 4 การจัดทำแผนการดำเนินงานร่วมกัน โดยจัดทำแผนปฏิบัติการเชิงกลยุทธ์ (Strategic Action Program: SAP) สำหรับการบริหารจัดการข้ามพรมแดนของลุ่มน้ำโก-ลกร่วมกันเพื่อแก้ไขแนวโน้มความเสื่อมโทรมในลุ่มน้ำ 

               4.5 องค์ประกอบที่ 5 การเชื่อมโยงข้ามภาคส่วนในเรื่องการติดตามตรวจสอบ การมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ความเสมอภาคทางเพศสภาวะ 

               4.6 องค์ประกอบที่ 6 การเสริมสร้างความเชื่อมโยงและการทำงานร่วมกันระหว่างโครงการ เพื่อเป็นกลไกประสานงานกับโครงการและแผนงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่องในระดับชาติ ระดับภูมิภาค และระดับโลก และส่งเสริมการทำงานร่วมกัน เพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อน

          5. ผลลัพธ์ที่ได้จากการดำเนินโครงการ คือ แนวทางและกลไกความร่วมมือระหว่างประเทศไทยและมาเลเซียในการแก้ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะประเด็นด้านปัญหาอุทกภัย และกระบวนการกัดเซาะในพื้นที่ลุ่มน้ำโก-ลก เพื่อจะนำไปสู่การบริหารจัดการทรัพยากรที่ยั่งยืน

          ประโยชน์และผลกระทบ

          1) การดำเนินโครงการดังกล่าวไม่มีผลก่อให้เกิดพันธกรณีทางกฎหมายที่มีผลผูกพันต่อรัฐบาลไทย โดยเป็นความร่วมมือเชิงสมัครใจภายใต้การสนับสนุนของกองทุนสิ่งแวดล้อมโลก และมีองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติเป็นหน่วยงานบริหารโครงการ ทั้งนี้ โครงการจะช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีและความเชื่อมั่นระหว่างประเทศไทยกับประเทศมาเลเซีย ตลอดจนส่งเสริมบทบาทของประเทศไทยในความร่วมมือด้านทรัพยากรน้ำข้ามพรมแดน

          2) ประเทศไทยจะได้รับประโยชน์จากการพัฒนาองค์ความรู้และแนวทางการบริหารจัดการลุ่มน้ำข้ามพรมแดนอย่างเป็นระบบ รวมถึงการดำเนินโครงการนำร่องเพื่อลดความเสี่ยงจากอุทกภัยและการกัดเซาะ ตลอดจนการเสริมสร้างศักยภาพของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านเทคนิค การวิเคราะห์ข้อมูล และการประสานความร่วมมือระหว่างประเทศ

          3) โครงการจะก่อให้เกิดผลเชิงบวกต่อประชาชนในพื้นที่ลุ่มน้ำโก-ลก โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงต่ออุทกภัยและการเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศ อย่างไรก็ดี หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมด้านการบูรณาการข้อมูล การประสานงานระหว่างประเทศ การดำเนินงานในพื้นที่ และการมีส่วนร่วมของชุมชน เพื่อให้การดำเนินโครงการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

 

(โปรดตรวจสอบมติคณะรัฐมนตรีที่เป็นทางการจากสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง)

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล (นายกรัฐมนตรี) 2 มิถุนายน 2569

 

[g15]

Click Donate Support Web 

GSB720x100px

ใจฟู720x100pxSME720x100 2024EXIM One 720x90 C JPTG 720x100Banner GPF720x100 PXTOA 720x100

CKPower 720x100

QIC 720x100aia 720 x100BKI 720 x 100MTI 720x100MTL 720x100ธกส 720x100