โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569
โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569

คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบการดำเนินการโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ (โครงการฯ) ปี 2569 (ตามข้อ 2) ตามมาตรา 8 (1) แห่งพระราชบัญญัติการจัดประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม พ.ศ. 2562 ตามที่คณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (คณะกรรมการฯ) เสนอ
สาระสำคัญของเรื่อง
คณะกรรมการฯ รายงานว่า
1. ภายหลังจากคณะรัฐมนตรีมีมติ (1 กุมภาพันธ์ 2565) โครงการฯ ปี 2565 ได้เริ่มเปิดให้ประชาชนใช้สิทธิครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2566 โดยปัจจุบันมีสิทธิสวัสดิการที่จัดสรรให้แก่ผู้ผ่านคุณสมบัติตามโครงการฯ ปี 2565 เช่น วงเงินค่าซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น สินค้าเพื่อการศึกษา และวัตถุดิบเพื่อเกษตรกรรม จากร้านธงฟ้าราคาประหยัดพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น (ร้านธงฟ้าฯ) และร้านอื่น ๆ ตามที่กระทรวงพาณิชย์ (พณ.) กำหนด จำนวน 300 บาท/คน/เดือน และวงเงินรวมค่าเดินทางผ่านระบบขนส่งสาธารณะจำนวน 750 บาท/คน/เดือน [คณะรัฐมนตรีมีมติ (28 กุมภาพันธ์ 2566)] ต่อมาคณะรัฐมนตรีได้มีมติ (15 ตุลาคม 2567) แก้ไขปัญหาผู้มีรายได้น้อยที่ไม่ได้บัตรฯ โดยกำหนดให้มีการเปิดรับลงทะเบียนตามโครงการฯ รอบใหม่ภายในระยะเวลา 2 ปี นับจากวันเริ่มใช้สิทธิครั้งแรก นอกจากนี้คณะรัฐมนตรียังได้มีมติ (19 พฤษภาคม 2569) มอบหมายสำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง (สป.กค.) ประสานงานกับกระทรวงมหาดไทย (มท.) เพื่อสำรวจกลุ่มคนตามชายขอบ และอำนวยความสะดวกแก่ผู้ที่ไม่สามารถลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชันให้เข้าสู่การคัดกรองตามเกณฑ์ที่กำหนด อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมายังไม่ได้มีการเปิดรับลงทะเบียนตามโครงการฯ เพิ่มเติม ส่งผลให้ยังมีกลุ่มประชาชนตกหล่นและไม่สามารถเข้าถึงสิทธิประชารัฐสวัสดิการได้ รวมถึงการกำหนดเกณฑ์คุณสมบัติของผู้เข้าร่วมโครงการฯ ยังคงอยู่ภายใต้บริบทของการดำเนินการและข้อมูลจากการลงทะเบียนในปี 2565 ดังนั้น เพื่อให้คุณสมบัติของผู้เข้าร่วมโครงการฯ มีความสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน และเพื่อให้การบริหารงบประมาณของกองทุนประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม (กองทุนฯ) มีประสิทธิภาพและตรงตามวัตถุประสงค์ โดยพุ่งเป้าไปยังกลุ่มที่มีความจำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือจากสวัสดิการของภาครัฐอย่างแท้จริง คณะกรรมการฯ จึงนำเสนอโครงการฯ ปี 2569 ให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบ เพื่อที่จะสามารถเปิดรับการลงทะเบียนในรอบใหม่ได้โดยเร็วต่อไป
2. โครงการฯ ปี 2569 มีสาระสำคัญสรุปได้ ดังนี้
2.1 รายละเอียดโครงการฯ ปี 69
|
หัวข้อ |
รายละเอียด |
|
|
1. วัตถุประสงค์ |
เพื่อให้ประชาชนกลุ่มเป้าหมายสามารถเข้าร่วมโครงการฯ ปี 2569 ได้อย่างครบถ้วนและให้ภาครัฐมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบัน (Dynamic Data) รวมถึงเพื่อให้การบริหารงบประมาณของกองทุนฯ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยภาครัฐจัดสรรงบประมาณให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชนผู้มีรายได้น้อยที่มีความจำเป็นต้องได้รับการช่วยเหลือค่าครองชีพที่แท้จริง |
|
|
2. กลุ่มเป้าหมาย |
กลุ่มเป้าหมายรวมทั้งสิ้น 14.14 ล้านคน ดังนี้ (1) ผู้มีบัตรฯ จำนวน 13.19 ล้านคน (ข้อมูล ณ เดือนพฤษภาคม 2569) (2) ผู้ไม่มีบัตรฯ ที่เป็นกลุ่มชายขอบ/กลุ่มตกหล่น ตามฐานข้อมูลความจำเป็นพื้นฐาน (จปฐ.) ของกรมการพัฒนาชุมชน มท. หรือระบบสมุดพกครอบครัวอิเล็กทรอนิกส์ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) (กลุ่มชายขอบฯ) จำนวน 0.95 ล้านคน (ข้อมูล ณ วันที่ 29 พฤษภาคม 2569) |
|
|
3. งบประมาณ |
ค่าใช้จ่ายรวมทั้งสิ้น 55,257.7 ล้านบาท ดังนี้ (1) ค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการฯ ปี 2569 จำนวน 48.8 ล้านบาท ได้แก่ (1.1) ค่าใช้จ่ายสำหรับโครงการพัฒนาระบบประมวลผลการตรวจสอบคุณสมบัติโครงการฯ (Welfare Cleansing Data) จำนวน 15 ล้านบาท (1.2) ค่าใช้จ่ายสำหรับโครงการให้บริการระบบลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ (Welfare Register) รวมบริการระบบการยืนยันตัวตน (e - KYC) จำนวน 30 ล้านบาท (1.3) ค่าใช้จ่ายสำหรับโครงการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการดำเนินโครงการฯ ปี 2569 จำนวน 3.8 ล้านบาท (2) ค่าใช้จ่ายในการจัดสรรสวัสดิการสำหรับผู้ผ่านคุณสมบัติโครงการฯ ปี 2569 จำนวน 55,208.9 ล้านบาท (ประมาณการจากการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับจัดสรรสวัสดิการในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568) |
|
|
4. แหล่งเงิน |
งบประมาณของกองทุนฯ |
|
|
5. ระยะเวลาดำเนินโครงการฯ ปี 2569 |
(1) เปิดรับลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป หรือนับแต่วันที่คณะรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบจนถึงวันที่ 21 มิถุนายน 2569 (2) ประกาศผลการตรวจสอบคุณสมบัติในวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 (3) ผู้ผ่านคุณสมบัติตามโครงการฯ ปี 2569 สามารถใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป (4) ผู้ผ่านคุณสมบัติตามโครงการฯ ปี 2569 (รอบทบทวน) สามารถใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป ทั้งนี้ ให้ประธานกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม พิจารณาปรับเปลี่ยนกรอบระยะเวลาตามความเหมาะสมกับสถานการณ์ |
|
|
6. ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ |
การดำเนินโครงการฯ ปี 2569 จะทำให้รัฐบาลสามารถพุ่งเป้าการให้ความช่วยเหลือไปสู่ประชาชนผู้มีรายได้น้อยที่แท้จริง ซึ่งจะทำให้รัฐบาลมีฐานข้อมูลของผู้มีรายได้น้อยที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบัน เพื่อนำไปกำหนดนโยบายเพื่อช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น รวมถึงการกำหนดนโยบายเพื่อต่อยอดการให้ความช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม อีกทั้งมีวิธีการดำเนินการติดตามและประเมินผลที่เป็นรูปธรรม และส่งผลให้การบริหารงบประมาณของกองทุนฯ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ |
ทั้งนี้ เพื่อให้การดำเนินโครงการฯ ปี 2569 เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบโครงการฯ ปี 2569 แล้ว คณะกรรมการฯ จะเป็นผู้รับผิดชอบกำหนดหลักเกณฑ์รายละเอียดและการดำเนินการอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินโครงการฯ ปี 2569 เช่น การจัดทำข้อตกลงความร่วมมือและข้อกำหนดที่เกี่ยวกับการดำเนินโครงการฯ ปี 2569 และการกำหนด วันและเวลาในการตรวจสอบคุณสมบัติ การกำหนดระยะเวลาในการดำเนินโครงการฯ ปี 2569 รวมถึงกำหนดแนวทางการดำเนินการกับผู้มีรายได้น้อยตามโครงการฯ ปี 2569 ที่กระทำผิดหลักเกณฑ์การจัดสรรประชารัฐสวัสดิการแต่ได้รับสิทธิ และดำเนินการแก้ไขปัญหาผู้มีรายได้น้อยที่ไม่ได้รับประชารัฐสวัสดิการ
2.2 คุณสมบัติของผู้ลงทะเบียนที่จะได้รับสิทธิตามโครงการฯ ปี 2569 มีรายละเอียดสรุปได้ ดังนี้
|
หัวข้อ |
รายละเอียด |
|
|
1. สัญชาติ |
ไทย |
|
|
2. อายุ |
ตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป (ณ วันที่เปิดรับลงทะเบียน) |
|
|
3. บุคคลที่เข้าข่ายไม่ได้รับสิทธิ |
บุคคลดังต่อไปนี้ (1) ภิกษุ สามเณร นักพรต หรือนักบวช (2) ผู้ต้องขัง ผู้ถูกกักกัน ผู้ต้องกักขัง (3) บุคคลที่อยู่ในสถานสงเคราะห์ของรัฐ (4) นักเรียน นักศึกษา (5) บุคคลดังต่อไปนี้ (5.1) ข้าราชการ (5.2) พนักงานราชการ (5.3) พนักงาน ลูกจ้าง เจ้าหน้าที่ หรือผู้ปฏิบัติงานในหน่วยงานของรัฐตามมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 ที่ได้รับค่าตอบแทนจากหน่วยงานของรัฐโดยตรง เว้นแต่บุคคลดังกล่าวได้รับค่าตอบแทนไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี (รอบปีปฏิทิน) (5.4) ผู้รับบำเหน็จรายเดือน (5.5) ผู้รับบำนาญปกติหรือเบี้ยหวัดจากส่วนราชการ (5.6) ข้าราชการการเมืองตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการการเมือง พ.ศ. 2535 (5.7) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา (5.8) หุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนสามัญที่ได้จดทะเบียนหรือห้างหุ้นส่วนจำกัดและผู้ถือหุ้น หรือกรรมการในบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด ตามฐานข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถตรวจสอบได้ด้วยเลขประจำตัวประชาชนของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (5.9) ผู้มีชื่อในบัญชีฝากหลักทรัพย์ที่ฝากไว้กับศูนย์รับฝากหลักทรัพย์หรือที่เก็บรักษาไว้กับนายทะเบียนหลักทรัพย์ ตามฐานข้อมูลของบริษัทศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด (5.10) ผู้มีชื่อในทะเบียนประวัติ (บัญชีถือครองตราสารหนี้) ตามฐานข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย (5.11) ผู้เอาประกันชีวิตประเภทสามัญที่ได้มีการชำระเบี้ยประกันภัยแล้วตั้งแต่ 12,000 บาทต่อปีขึ้นไป (5.12) บิดามารดาของผู้มีเงินได้ ที่ผู้มีเงินได้ได้ใช้สิทธิหักลดหย่อนเงินได้พึงประเมินสำหรับค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดา (5.13) บุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้มีเงินได้ บุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของคู่สมรสของผู้มีเงินได้ หรือบุตรบุญธรรมของผู้มีเงินได้ (บุตรฯ) ที่ผู้มีเงินได้ได้ใช้สิทธิหักลดหย่อนเงินได้พึงประเมินสำหรับบุตรดังกล่าว (5.14) คู่สมรสของผู้มีเงินได้ ที่ผู้มีเงินได้ได้ใช้สิทธิหักลดหย่อนเงินได้พึงประเมินสำหรับคู่สมรส |
|
|
4. รายได้ |
(1) เป็นผู้มีรายได้ไม่เกิน 100,000 บาท/คน/ปี (2) เป็นผู้มีรายจ่ายให้บุคคลอื่นไม่เกิน 100,000 บาท/คน/ปี |
|
|
5. ทรัพย์สินทางการเงิน ได้แก่ เงินฝาก และสลาก |
เป็นผู้ไม่มีทรัพย์สินทางการเงินหรือมีทรัพย์สินทางการเงินที่มีมูลค่ารวมกันทั้งหมดทุกประเภทไม่เกิน 100,000 บาท ได้แก่ (1) เงินฝากของธนาคารพาณิชย์ บริษัทเงินทุน หรือสถาบันการเงินเฉพาะกิจได้แก่ ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ธอท.) (2) สลากของธนาคารออมสิน ธ.ก.ส. และ ธอส. |
|
|
6. หนี้สิน |
ไม่มีวงเงินสินเชื่อ หรือมีวงเงินสินเชื่อรวมทุกประเภทหนี้และรวมทุกบัญชีไม่เกิน 100,000 บาท ตามระบบฐานข้อมูลบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด |
|
|
7. อสังหาริมทรัพย์ |
ไม่เป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์หรือเป็นผู้มีกรรมสิทธิ์หรือถือครองอสังหาริมทรัพย์ตามหลักเกณฑ์ ดังนี้ (1) มีกรรมสิทธิ์ในห้องชุดรวมกันทุกแห่งต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 35 ตารางเมตร และ (2) กรณีผู้ที่เป็นเกษตรกร (มีรายชื่อเป็นเกษตรกรตามฐานข้อมูลของหน่วยงานของรัฐ) หรือเป็นผู้ได้รับอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (2.1) มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินที่ใช้เป็นบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ ห้องแถว และตึกแถว รวมกันทุกแห่งต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 25 ตารางวา (2.2) มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินและครอบครองที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมเมื่อรวมกันกับข้อ 7 (2.1) แล้ว ทุกแห่งต้องมีพื้นที่รวมกันไม่เกิน 10 ไร่ (3) กรณีผู้ที่ไม่ได้เป็นเกษตรกร ตามข้อ 7 (2) (3.1) มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินที่ใช้เป็นบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ ห้องแถว และตึกแถว รวมกันทุกแห่งต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 25 ตารางวา (3.2) มีกรรมสิทธิ์ในที่ดิน เมื่อรวมกันกับข้อ 7 (3.1) แล้ว ทุกแห่งต้องมีพื้นที่รวมกันไม่เกิน 1 ไร่ |
|
|
8. บัตรเครดิต |
ไม่เป็นผู้มีบัตรเครดิต |
|
|
9 รถ |
ไม่มีกรรมสิทธิ์ในรถ เว้นแต่เป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในรถเฉพาะประเภทรถจักรยานยนต์ที่ มีขนาดความจุของกระบอกลูกสูบไม่เกิน 300 ซีซี รถยนต์สามล้อ รถยนต์สี่ล้อเล็กรับจ้าง หรือรถใช้งานเกษตรกรรม ตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ประเภทละไม่เกิน 1 คัน |
2.3 การดำเนินการ
(1) การยืนยันการลงทะเบียน
(1.1) ผู้มีรายได้น้อยตามโครงการฯ ปี 2565 จำนวน 13.19 ล้านคน ต้องทำการยืนยันเข้าร่วมโครงการฯ ปี 2569 ทุกราย โดยสามารถดำเนินการผ่านช่องทางหรือหน่วยรับลงทะเบียนที่คณะกรรมการฯ กำหนด ได้แก่ ธ.ก.ส. ธนาคารออมสินบริษัท ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) (ธนาคารกรุงไทยฯ) ธอส. และ ธอท. ทั้งนี้ มอบหมายหน่วยรับลงทะเบียนข้างต้นรับลงทะเบียนและบันทึกข้อมูลผู้มีรายได้น้อยตามโครงการฯ ปี 2565 เข้าระบบของโครงการฯ เพื่อยืนยันการลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ ปี 2569
(1.2) ผู้ไม่มีบัตรฯ ที่เป็นกลุ่มชายขอบฯ จำนวน 0.95 ล้านคน (ข้อมูล ณ วันที่ 29 พฤษภาคม 2569) โดย มท. กรุงเทพมหานคร และเมืองพัทยา ดำเนินการสำรวจผู้ที่มีคุณสมบัติตามโครงการฯ ปี 2569 และลงทะเบียนข้อมูลผู้ไม่มีบัตรฯ ผ่านระบบตรวจสอบข้อมูลผู้ตกสำรวจการได้รับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐของ มท. ทั้งนี้ มอบหมายให้กรมการพัฒนาชุมชน มท. และ พม. ร่วมกันบูรณาการฐานข้อมูล จปฐ. และระบบสมุดพกครอบครัวอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้ผู้ที่อยู่ในฐานข้อมูลดังกล่าวสามารถเข้าถึงโครงการฯ ปี 2569 และมอบหมายให้ มท. กรุงเทพมหานคร และเมืองพัทยา เป็นหน่วยรับลงทะเบียนสำหรับผู้ไม่มีบัตรฯ ที่เป็นกลุ่มชายชอบฯ โดยลงทะเบียนข้อมูลผู้ในมีบัตรฯ ผ่านระบบตรวจสอบข้อมูลผู้ตกสำรวจการได้รับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐของ มท. และนำส่งข้อมูลผู้ลงทะเบียนให้ สป.กค. รวมถึงดำเนินการตามที่คณะกรรมการฯ กำหนดเพิ่มเติม เพื่อให้การดำเนินโครงการฯ ปี 2569 เป็นไปด้วยความเรียบร้อย
(2) ข้อมูลที่ใช้ดำเนินโครงการฯ ปี 2569 ได้แก่
(2.1) ข้อมูลเพื่อตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ลงทะเบียน ให้เป็นไปตามเกณฑ์ข้อ 2.2 และข้อมูลอื่นที่ใช้เพื่อออกคำสั่ง แจ้งคำสั่ง และพิจารณาทบทวนคำสั่งให้เป็นผู้มีรายได้น้อยตามโครงการฯ ปี 2569
(2.2) ข้อมูลประกอบการลงทะเบียน ดังนี้
|
หัวข้อ |
รายละเอียด |
|
|
1. การเดินทางออกนอกราชอาณาจักร |
(1) ผู้ลงทะเบียนมีหนังสือเดินทางที่ยังไม่หมดอายุหรือไม่ ณ เวลาใดเวลาหนึ่ง (2) จำนวนครั้งของการเดินทางออกนอกราชอาณาจักรของผู้ลงทะเบียน ณ ช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง |
|
|
2. สถานภาพความพิการ |
(1) ผู้ลงทะเบียนมีบัตรประจำตัวคนพิการหรือไม่ ณ เวลาใดเวลาหนึ่ง (2) ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องถ้ามีบัตรประจำตัวคนพิการ เช่น ประเภทความพิการชื่อและนามสกุล เลขประจำตัวประชาชนของผู้ดูแลคนพิการ เป็นต้น |
|
|
3. การถือครองหลักทรัพย์ |
(1) ราคาและจำนวนหลักทรัพย์ที่ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์เป็นนายทะเบียนที่ผู้ลงทะเบียนถือครอง ณ เวลาใดเวลาหนึ่ง (2) มูลค่าพันธบัตรและตราสารหนี้ภาครัฐอื่นที่ธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นนายทะเบียนที่ผู้ลงทะเบียนถือครอง ณ เวลาใดเวลาหนึ่ง |
|
|
4. สถานภาพการกู้ยืมเงินเพื่อการศึกษา |
(1) ผู้ลงทะเบียนที่สถานภาพเป็นผู้กู้เงินกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (2) มูลค่าวงเงินกู้รวมของผู้ลงทะเบียน เวลาใดเวลาหนึ่ง (3) มูลค่าหนี้สินคงค้างของผู้ลงทะเบียน ณ เวลาใดเวลาหนึ่ง |
|
|
5. ข้อมูลการใช้แอปพลิเคชันธนาคาร |
สถานการณ์ลงทะเบียนใช้งานแอปพลิเคชันธนาคาร (Mobile Application) ของธนาคารพาณิชย์ ธนาคารออมสิน ธ.ก.ส. ธอส. และ ธอท. ณ เวลาใดเวลาหนึ่ง (3 เดือน ย้อนหลัง) |
|
|
6. ข้อมูลรายการ เข้า - ออก ผ่านบัญชีเงินฝาก |
- |
ทั้งนี้ มีหน่วยงานตรวจสอบคุณสมบัติและข้อมูลประกอบการลงทะเบียนสำหรับโครงการฯ ปี 2569 จำนวน 54 หน่วยงาน เช่น กรมการปกครอง (มท.) กรมสรรพากร [กระทรวงการคลัง (กค.)] และกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ (พม.)
(3) การกำหนดเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ลงทะเบียน
(3.1) การลงทะเบียนตามโครงการฯ ปี 2569 เป็นรูปแบบสมัครใจ (Voluntary Basis) โดยผู้ลงทะเบียนจะต้องยินยอมให้เปิดเผยและตรวจสอบข้อมูลส่วนบุคคล แต่หากพบว่า ผู้ลงทะเบียนไม่มีคุณสมบัติของผู้มีรายได้น้อยตามเกณฑ์ที่กำหนด ผู้ลงทะเบียนจะไม่ได้รับสิทธิประชารัฐสวัสดิการ อย่างไรก็ดี ผู้ลงทะเบียนที่เป็นผู้มีรายได้น้อยตามโครงการฯ ปี 2569 และได้รับสิทธิประชารัฐสวัสดิการ หากมีการตรวจสอบและพบว่าผู้ลงทะเบียนขาดคุณสมบัติ ผู้ลงทะเบียนดังกล่าวจะถูกเพิกถอนความเป็นผู้มีรายได้น้อยตามโครงการฯ ปี 2569 โดยหลักเกณฑ์ เงื่อนไข วิธีการ และระยะเวลาในการตรวจสอบคุณสมบัติให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการฯ กำหนด ทั้งนี้ มอบหมายหน่วยงานตรวจสอบคุณสมบัติทำหน้าที่ตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ลงทะเบียน ซึ่งรวมถึงการเก็บรวบรวม การใช้ หรือการเปิดเผยมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งหรือในนามของ สป.กค. และมอบหมายให้ สป.กค. เป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้องกับโครงการฯ ปี 2569 ตลอดจนเก็บ รวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
(3.2) โครงการฯ และสิทธิตามโครงการฯ ปี 2565 จะสิ้นสุดลงก่อนวันที่เริ่มใช้ประชารัฐสวัสดิการในโครงการฯ ปี 2569 โดยผู้ได้รับสิทธิตามโครงการฯ ปี 2565 จะยังคงได้รับสิทธิตามมติคณะรัฐมนตรี (28 กุมภาพันธ์ 2566) จนถึงก่อนวันที่เริ่มใช้ประชารัฐสวัสดิการในโครงการฯ ปี 2569 (เริ่มใช้สิทธิวันที่ 1 สิงหาคม 2569)
(4) การแก้ไขปัญหา
(4.1) ผู้มีรายได้น้อยที่ไม่ได้รับประชารัฐสวัสดิการ (Exclusion) กำหนดให้ มท. กรุงเทพมหานคร และเมืองพัทยา ดำเนินการสำรวจผู้ไม่มีบัตรฯ ที่เป็นกลุ่มชายขอบฯ และลงทะเบียนกลุ่มดังกล่าวผ่านระบบตรวจสอบข้อมูลผู้ตกสำรวจการได้รับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐของ มท.
(4.2) ผู้ที่ไม่ควรได้รับประชารัฐสวัสดิการ (Inclusion Error) กำหนดให้ผู้มีรายได้น้อยตามโครงการฯ ปี 2565 ยืนยันการลงทะเบียน ผ่าน 5 ช่องทาง ได้แก่ เว็บไชต์ของโครงการ แอปพลิเคชันทางรัฐ หน่วยรับลงทะเบียน จำนวน 5 แห่ง (ธ.ก.ส. ธนาคารออมสิน ธนาคารกรุงไทยฯ ธอส. และ ธอท.) เครื่องถอนเงินอัตโนมัติของธนาคารกรุงไทยฯ และแอปพลิเคชันเป๋าตัง
ทั้งนี้ จะเปิดรับลงทะเบียนตามโครงการฯ ครั้งต่อไปในระยะเวลาภายใน 2 ปี และจะมีการดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติและตรวจสอบข้อมูลของผู้ลงทะเบียนอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
(5) การสื่อสารประชาสัมพันธ์ให้กลุ่มเป้าหมายได้รับทราบถึงการดำเนินโครงการฯ มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการสื่อสารประชาสัมพันธ์ให้กลุ่มเป้าหมายได้เข้าใจถึงรายละเอียดของโครงการฯ เช่น คุณสมบัติของผู้ที่จะได้รับสิทธิตามโครงการฯ ปี 2569 และวิธีการการลงทะเบียน เป็นต้น และมอบหมายคณะผู้บริหารการคลังประจำจังหวัดเป็นผู้ช่วยประชาสัมพันธ์และประสานงานการดำเนินโครงการฯ ปี 2569 ในพื้นที่จังหวัดต่าง ๆ
3. คณะกรรมการฯ ในคราวการประชุม ครั้งที่ 4/2568 เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2568 ครั้งที่ 3/2569 เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2569 (ปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธาน) ครั้งที่ 5/2569 เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 (รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นประธาน) และครั้งที่ 6/2569 เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 (ปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธาน) ได้มีมติเห็นชอบโครงการฯ ปี 2569 ด้วยแล้ว
(โปรดตรวจสอบมติคณะรัฐมนตรีที่เป็นทางการจากสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง)
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล (นายกรัฐมนตรี) 2 มิถุนายน 2569
[g7]













