DITP แนะร้านอาหารไทยปรับตัว หลังเงินเฟ้อ ทำชาวมะกันบริโภคนอกบ้านลดลง

Category: พาณิชย์
Published on Saturday, 18 April 2026 13:38
Hits: 613
0 Share
DITP แนะร้านอาหารไทยปรับตัว หลังเงินเฟ้อ ทำชาวมะกันบริโภคนอกบ้านลดลง

ร้านอาหารไทยปรับตัวDITP แนะร้านอาหารไทยปรับตัว หลังเงินเฟ้อ ทำชาวมะกันบริโภคนอกบ้านลดลง
      กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) สำรวจพฤติกรรมการบริโภคอาหารของชาวมะกันในปี 2026 พบบริโภคนอกบ้านลดลง จากภาวะเงินเฟ้อและค่าครองชีพ แต่ยังคงบริโภคนอกบ้านอยู่ โดยให้ความสำคัญกับความคุ้มค่า คุณภาพ ประสบการณ์ แนะร้านอาหารไทยนำข้อมูลใช้วางแผนการตลาด ชูคุณภาพ ความคุ้มค่า สั่งซื้อ และใช้บริการสะดวก
       น.ส.สุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมได้มอบนโยบายให้ทูตพาณิชย์ที่ประจำอยู่ในประเทศต่าง ๆ ทำการสำรวจลู่ทางการค้า และโอกาสการส่งออกสินค้าไทยไปยังประเทศที่ประจำอยู่ ตามนโยบายกระทรวงพาณิชย์ ล่าสุดได้รับรายงานจาก น.ส.เกษสุรีย์ วิจารณกรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครนิวยอร์คสหรัฐอเมริกา ถึงผลสำรวจปัจจัยที่มีผลต่อการเลือกใช้บริการร้านอาหารของผู้บริโภคสหรัฐในปี 2026 และโอกาสในการส่งเสริมและผลักดันร้านอาหารไทยให้โดนใจผู้บริโภคชาวสหรัฐฯ และดึงดูดให้เข้ามาใช้บริการ
      ทั้งนี้ ทูตพาณิชย์ได้รายงานว่า ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ธุรกิจร้านอาหารในสหรัฐฯ ต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากภาวะเศรษฐกิจ เงินเฟ้อ เทคโนโลยีดิจิทัล และรูปแบบการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไป หลังจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ผู้บริโภคเริ่มให้ความสำคัญกับปัจจัยหลายด้านในการเลือกใช้บริการร้านอาหาร ไม่ว่าจะเป็นความคุ้มค่าของราคา คุณภาพอาหาร ความสะดวกสบายในการสั่งซื้อ รวมถึงประสบการณ์โดยรวมจากการรับประทานอาหารนอกบ้าน
      โดยพฤติกรรมการบริโภคที่เกิดขึ้นในปี 2026 อาทิ ผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่าย เนื่องจากภาวะเงินเฟ้อและค่าครองชีพสูงขึ้น โดยเฉพาะการรับประทานอาหารนอกบ้าน โดยลดการใช้จ่ายลง แต่ก็ยังมีกิจกรรมรับประทานอาหารนอกบ้านประจำ เพราะมองว่าเป็นกิจกรรมทางสังคม โดยเฉพาะกลุ่มคนทำงานและคนรุ่นใหม่ โดยให้ความสำคัญเรื่องความคุ้มค่ามากขึ้น ไม่ใช่แค่ราคาถูกเพียงอย่างเดียว กลุ่ม Gen X และ Baby Boomers มีแนวโน้มที่จะลดการใช้จ่ายในร้านอาหารมากที่สุด เพราะได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจ แต่กลุ่มมีรายได้สูงยังใช้จ่ายใกล้เคียงเดิม ซึ่งให้ความสำคัญกับประสบการณ์รับประทานอาหาร ส่วนกลุ่ม Gen Z มองว่าการรับประทานอาหารนอกบ้าน เป็นกิจกรรมทางสังคม และให้ความสำคัญกับคุณภาพอาหาร ความเป็นเอกลักษณ์
     นอกจากนี้ ผู้บริโภคยังให้ความสำคัญกับคุณภาพวัตถุดิบ รสชาติของอาหาร ปริมาณอาหารที่เหมาะสมกับราคา ความสดใหม่ของอาหาร ความรวดเร็วในการบริการ ความสะอาด บรรยากาศในร้าน และความเป็นมิตรของพนักงาน โดยเมนูอาหารเพื่อสุขภาพ เริ่มได้รับความสนใจ เช่น เมนูที่มีโปรตีนสูง สลัดและอาหารที่มีผักเป็นส่วนประกอบหลัก อาหารที่มีแคลอรีต่ำหรือมีสารอาหารสมดุล เริ่มหันมาใช้วิธีโทรสั่งที่ร้านและไปรับ เนื่องจากระบบสั่งอาหารออนไลน์ มีค่าธรรมเนียมสูง
      น.ส.สุนันทา กล่าวว่า จากพฤติกรรมที่เกิดขึ้น ธุรกิจร้านอาหารไทย สามารถนำข้อมูลเหล่านี้ไปใช้ในการวางกลยุทธ์เพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภคในอนาคตได้ โดยกลยุทธ์ที่สำคัญ ได้แก่ การสร้างความคุ้มค่าให้กับลูกค้า ร้านอาหารควรออกแบบเมนูและราคาที่เหมาะสม เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกว่าการรับประทานอาหารที่ร้านมีความคุ้มค่า

     การพัฒนาเมนูที่ตอบโจทย์สุขภาพการเพิ่มตัวเลือกเมนูเพื่อสุขภาพสามารถช่วยดึงดูดลูกค้ากลุ่มใหม่และเพิ่มความหลากหลายของเมนู การใช้เทคโนโลยีและข้อมูลลูกค้าการนำเทคโนโลยี เช่น ระบบแนะนำเมนูหรือโปรโมชั่นเฉพาะบุคคลมาใช้ จะช่วยเพิ่มประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า การสร้างประสบการณ์ในร้านอาหาร การออกแบบบรรยากาศร้านและการบริการที่ดีสามารถช่วยให้ลูกค้ารู้สึกประทับใจและกลับมาใช้บริการอีกครั้ง
      “ธุรกิจร้านอาหารกำลังเผชิญกับความท้าทายและโอกาสใหม่ ๆ โดยปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการตัดสินใจของผู้บริโภค ได้แก่ ความคุ้มค่าของราคา คุณภาพอาหาร ความสะดวกในการสั่งซื้อ และประสบการณ์โดยรวมของลูกค้า ผู้บริโภคในแต่ละกลุ่มเจเนอเรชันมีพฤติกรรมที่แตกต่างกัน ซึ่งทำให้ร้านอาหารจำเป็นต้องปรับกลยุทธ์ให้เหมาะสมกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย และแนวโน้มด้านสุขภาพและเทคโนโลยี ก็มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาธุรกิจร้านอาหารในอนาคต

      ดังนั้น ร้านอาหารที่สามารถปรับตัวให้เข้ากับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปได้ จะมีโอกาสประสบความสำเร็จและเติบโตได้อย่างยั่งยืนในตลาดที่มีการแข่งขันสูงช่วงฤดูกาลนี้ได้”น.ส.สุนันทากล่าว