กรมพัฒน์ ตรวจบ้านถูกใช้เป็นที่ตั้งบริษัท 11 แห่ง พบเจ้าของไม่รู้ ลุยฟันนิติบุคคล
กรมพัฒน์ ตรวจบ้านถูกใช้เป็นที่ตั้งบริษัท 11 แห่ง พบเจ้าของไม่รู้ ลุยฟันนิติบุคคล
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ส่งทีมปราบนอมินี ลงพื้นที่ตรวจสอบบ้านย่านถนนแจ้งวัฒนะ หลังพบถูกใช้เป็นที่ตั้งของบริษัทถึง 12 บริษัท เผยเป็นบ้านที่อยู่ในชุมชนท้ายซอย ทางเข้า-ออกลำบาก รถยนต์ผ่านไม่ได้ สภาพบ้านไม่มีลักษณะเป็นสำนักงาน เจ้าของแจ้งอยู่มา 30 ปี ไม่เคยให้ใครเอาไปใช้เป็นที่ตั้งบริษัท รวมรวมข้อมูล หลักฐานดำเนินการตามกฎหมายทันที ส่วนบริษัท พบอยู่ในลิสต์ที่อาจเกี่ยวข้องกับบัญชีม้า
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้มอบหมายผู้อำนวยการกองป้องกันและปราบปรามธุรกิจผิดกฎหมาย พร้อมทีมปราบนอมินี ลงพื้นที่ย่านถนนแจ้งวัฒนะ ตรวจสอบที่ตั้งบริษัทแห่งเดียวที่มีการจดทะเบียนเป็นที่ตั้งบริษัทถึง 12 บริษัท โดยพบว่า เจ้าของบ้านถูกคนแอบอ้างนำบ้านที่ตนเองอยู่อาศัยไปจดทะเบียนเป็นที่ตั้งสำนักงานแห่งใหญ่ของบริษัท และบ้านอยู่ในชุมชนท้ายซอยแจ้งวัฒนะ 1 ทางเข้า-ออก แค่คนเดินสวนกันยังลำบาก รถยนต์ไม่สามารถผ่านได้ สภาพบ้านไม่มีลักษณะที่จะเป็นสำนักงานของบริษัทที่จะประกอบกิจการค้าปลีกค้าส่งสินค้า ประเภทโทรศัพท์มือถือและเครื่องสำอางตามวัตถุประสงค์ที่จดทะเบียนได้ และเจ้าของบ้านแจ้งว่าอยู่มา 30 ปี ไม่เคยอนุญาตให้ผู้ใดใช้เป็นที่ตั้งสำนักงานของบริษัทแน่นอน
โดยจากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่า บริษัทกลุ่มนี้ 11 บริษัท อยู่ในลิสต์ที่อาจเกี่ยวข้องกับบัญชีม้า เนื่องจากกรรมการของบริษัทบางรายถูกขึ้นบัญชีเป็นบัญชีม้าในระบบฐานข้อมูลของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เป็นบุคคลต้องสงสัยในการกระทำผิดกฎหมาย ซึ่งอาจเกิดจากมีบัญชีธนาคารที่ถูกนำไปใช้ในความผิดมูลฐาน เช่น การฉ้อโกง การพนันออนไลน์ หรือการฟอกเงิน เป็นต้น
สำหรับ การดำเนินการในส่วนของกรม จะรวบรวมข้อเท็จจริงและดำเนินคดีตามกฎหมายในขั้นสูงสุดต่อไป เพราะการแอบอ้างนำบ้านหรือที่ตั้งของบุคคลอื่นมาจดทะเบียนนิติบุคคลโดยเจ้าบ้านไม่ยินยอม เป็นความผิดอาญาฐานแจ้งความเท็จแก่เจ้าพนักงาน มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และบริษัทจะต้องถูกเพิกถอนที่ตั้งสำนักงานแห่งใหญ่ พร้อมทั้งอาจต้องรับโทษขั้นสูงข้อหาไม่มีสำนักงานบอกทะเบียน มีโทษปรับ 20,000 บาท และกรรมการผู้รับผิดชอบต้องรับโทษปรับสูงสุดอีก 50,000 บาท
นายพูนพงษ์ กล่าวว่า กรมจะบูรณาการและประสานพลังการทำงานร่วมกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อกำกับดูแลและตรวจสอบนิติบุคคลอย่างเข้มงวดทั้งเรื่องนอมินีและบัญชีม้า หากพบว่าผู้ใดกระทำผิดกฎหมายจะดำเนินคดีขั้นเด็ดขาด และขอฝากถึงสำนักงานบัญชี สำนักงานกฎหมาย รวมถึงประชาชนช่วยเป็นหูเป็นตาเฝ้าระวังไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ หากจะตรวจสอบว่าบ้านของตนถูกนำไปใช้จดทะเบียนเป็นบริษัทหรือไม่ สามารถตรวจสอบได้ที่เว็บไซต์กรมพัฒนาธุรกิจการค้า www.dbd.go.th หัวข้อ “ตรวจสอบที่ตั้งสำนักงานแห่งใหญ่ของนิติบุคคล”
ทั้งนี้ หากพบว่า ถูกแอบอ้างให้รีบดำเนินการแจ้งความและยื่นคำร้องไปยังกรม หรือแจ้งทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ที่ e-Mail :













