กรมทรัพย์สินทางปัญญา ประสานความร่วมมือ BEDO เสริมแกร่งผู้ประกอบการด้วย 'สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์'หรือ GI เดินหน้าขึ้นทะเบียน
กรมทรัพย์สินทางปัญญา ประสานความร่วมมือ BEDO เสริมแกร่งผู้ประกอบการด้วย 'สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์'หรือ GI เดินหน้าขึ้นทะเบียน – ควบคุมคุณภาพต่อเนื่อง เพื่อสร้าง 'ชุมชนผู้ผลิต G' ที่เข้มแข็ง
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา ได้พบหารือกับ ดร.ธนิต ชังถาวร ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) หรือ BEDO สานต่อความร่วมมือด้านการส่งเสริมการคุ้มครอง'สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์' (Geographical Indication: GI) ของไทย เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับเกษตรกรและผู้ประกอบการท้องถิ่น เพื่อส่งเสริมให้เกิดการรวมกลุ่มชุมชนผู้ผลิต GI ที่เข้มแข็ง สามารถบริหารจัดการสิทธิของชุมชนในสินค้า GI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่นให้เติบโตอย่างยั่งยืน
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า กรมมีความมุ่งมั่นที่จะยกระดับสินค้าอัตลักษณ์ท้องถิ่นให้เติบโตอย่างยั่งยืน ผ่านการส่งเสริมสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ GI อย่างครบวงจร โดยมีการบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการส่งเสริมการขึ้นทะเบียน ควบคุมคุณภาพ และขยายช่องทางการตลาด เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าท้องถิ่น พร้อมเสริมแกร่งผู้ประกอบการ GI ตามนโยบาย Quick Big Win ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นางศุภจี สุธรรมพันธุ์) ทั้งนี้ ผลจากการดำเนินงานที่ผ่านมาถือว่าประสบความสำเร็จอย่างสูง ปัจจุบันมีสินค้า GI ไทย 243 รายการ จากแหล่งผลิตต่างๆ ทั่วประเทศ สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมกว่า 114,000 ล้านบาท
นางอรมน กล่าวเสริมว่า การจัดทำคำขอขึ้นทะเบียน GI ถือเป็นกระบวนการสำคัญที่ต้องอาศัยข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน และสะท้อนอัตลักษณ์เฉพาะของสินค้าท้องถิ่นอย่างแท้จริง โดย BEDO เป็นอีกหนึ่งหน่วยงานพันธมิตรที่มีส่วนร่วมสนับสนุนกระบวนการดังกล่าวอย่างเข้มแข็ง ด้วยความเชี่ยวชาญในการทำงานร่วมกับชุมชนท้องถิ่นเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์จากฐานชีวภาพมาอย่างต่อเนื่อง BEDO จึงมีการเก็บรวบรวมข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับคุณภาพและอัตลักษณ์ของตัวผลิตภัณฑ์ พร้อมช่วยจัดทำคำขอขึ้นทะเบียน GI ร่วมกับชุมชน ทำให้คำขอดังกล่าวมีความครบถ้วนสมบูรณ์และช่วยส่งเสริมให้ได้รับการคุ้มครองรวดเร็วยิ่งขึ้น
โดยคำขอที่ BEDO ช่วยสนับสนุน เช่น ถั่วลายเสือแม่ฮ่องสอน กาแฟถ้ำสิงห์ชุมพร ส้มมะปี๊ดจันทบุรี และน้ำส้มมะปี๊ดจันทบุรี เป็นต้น ทั้งนี้ แนวทางดังกล่าวช่วยเสริมสร้างการพัฒนาชุมชนอย่างเป็นระบบ เกิดเป็น GI Community หรือการรวมกลุ่มผู้ผลิต GI ที่เข้มแข็ง สามารถบริหารจัดการ ควบคุมคุณภาพ และต่อยอดสินค้า GI ได้ครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ ซึ่งเป็นแนวทางที่กรมให้ความสำคัญในการดำเนินงาน และถือเป็นกลไกสำคัญในการรักษามาตรฐานผลิตภัณฑ์ สร้างรายได้ พัฒนาคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจภายในชุมชนให้เติบโตอย่างยั่งยืน
ด้าน ดร.ธนิต กล่าวว่า BEDO พร้อมสนับสนุนแนวทางการดำเนินงานของกรมทรัพย์สินทางปัญญา โดยใช้ความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาเศรษฐกิจฐานชีวภาพมาช่วยในการขับเคลื่อนการคุ้มครองและต่อยอดสินค้า GI ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นการต่อยอดภารกิจด้านการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากความหลากหลายทางชีวภาพและภูมิปัญญาท้องถิ่น
โดยสองหน่วยงานมีเป้าหมายตรงกันที่จะสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน ผ่านการปกป้องคุ้มครองสินค้า GI และส่งเสริมการจัดทำระบบควบคุมคุณภาพสินค้า ซึ่งเมื่อสินค้าชุมชนได้รับการขึ้นทะเบียน GI จะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มและยกระดับราคาสินค้าให้สูงขึ้น สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคว่าจะได้รับของที่มีคุณภาพจากแหล่งผลิตโดยตรง สร้างรายได้กลับสู่ชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม
จากการหารือครั้งนี้ กรมทรัพย์สินทางปัญญาและ BEDO เห็นพ้องที่จะจัดทำบันทึกความตกลง (MOU) เพื่อร่วมดำเนินการด้านการส่งเสริมและอนุรักษ์ GI อย่างครบวงจร โดยมุ่งเน้นประเด็นเรื่องความยั่งยืนตั้งแต่ต้นน้ำ ในการอนุรักษ์และรักษาวัตถุดิบต้นกำเนิดในการผลิตสินค้า GI
ตลอดจนการส่งเสริมการพัฒนาชุมชน GI ให้ความเข้มแข็ง สามารถสร้างรายได้และบริหารจัดการสิทธิในสินค้า GI ร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อเป็นต้นแบบในการยกระดับชุมชนผู้ผลิตสินค้า GI โดยมุ่งหวังให้สินค้า GI ของไทยเติบโต ได้รับการยอมรับทั้งในระดับประเทศและนานาชาติอย่างกว้างขวาง อันจะนำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืนและมีประสิทธิภาพต่อไป
กรมทรัพย์สินทางปัญญาจับมือ BEDO ส่งเสริมเกษตรกร-ผู้ประกอบการสินค้า GI
กรมทรัพย์สินทางปัญญาจับมือสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (BEDO) ร่วมมือเสริมแกร่งให้กับเกษตรกรและผู้ประกอบการสินค้า GI ทั้งการจัดทำคำขอขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ การคุมเข้มมาตรฐาน การพัฒนาชุมชน GI เตรียมลงนาม MOU ร่วมกันต่อไป
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้หารือกับ ดร.ธนิต ชังถาวร ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) หรือ BEDO ในการสานต่อความร่วมมือด้านการส่งเสริม การคุ้มครองสินค้าที่ได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ของไทย เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับเกษตรกรและผู้ประกอบการท้องถิ่น ส่งเสริมให้เกิดการรวมกลุ่มชุมชนผู้ผลิต GI ที่เข้มแข็ง สามารถบริหารจัดการสิทธิ์ของชุมชนในสินค้า GI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่นให้เติบโตอย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ ในการจัดทำคำขอขึ้นทะเบียน GI ถือเป็นกระบวนการสำคัญที่ต้องอาศัยข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน และสะท้อนอัตลักษณ์เฉพาะของสินค้าท้องถิ่นอย่างแท้จริง โดย BEDO เป็นอีกหนึ่งหน่วยงานพันธมิตรที่มีส่วนร่วมสนับสนุนกระบวนการดังกล่าวอย่างเข้มแข็ง ด้วยความเชี่ยวชาญในการทำงานร่วมกับชุมชนท้องถิ่นเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์จากฐานชีวภาพมาอย่างต่อเนื่อง
BEDO จึงมีการเก็บรวบรวมข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับคุณภาพและอัตลักษณ์ของตัวผลิตภัณฑ์ พร้อมช่วยจัดทำคำขอขึ้นทะเบียน GI ร่วมกับชุมชน ทำให้คำขอดังกล่าวมีความครบถ้วนสมบูรณ์และช่วยส่งเสริมให้ได้รับการคุ้มครองรวดเร็วยิ่งขึ้น โดยคำขอที่ BEDO ช่วยสนับสนุนที่ผ่านมา เช่น ถั่วลายเสือแม่ฮ่องสอน กาแฟถ้ำสิงห์ชุมพร ส้มมะปี๊ดจันทบุรี และน้ำส้มมะปี๊ดจันทบุรี เป็นต้น
“จากการหารือครั้งนี้ กรมและ BEDO เห็นพ้องที่จะจัดทำบันทึกความตกลง (MOU) เพื่อร่วมดำเนินการด้านการส่งเสริมและอนุรักษ์ GI อย่างครบวงจร โดยมุ่งเน้นประเด็นเรื่องความยั่งยืนตั้งแต่ต้นน้ำ ในการอนุรักษ์และรักษาวัตถุดิบต้นกำเนิดในการผลิตสินค้า GI ตลอดจนการส่งเสริมการพัฒนาชุมชน GI ให้ความเข้มแข็ง
สามารถสร้างรายได้และบริหารจัดการสิทธิ์ในสินค้า GI ร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อเป็นต้นแบบในการยกระดับชุมชนผู้ผลิตสินค้า GI โดยมุ่งหวังให้สินค้า GI ของไทยเติบโต ได้รับการยอมรับทั้งในระดับประเทศและนานาชาติอย่างกว้างขวาง อันจะนำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืนและมีประสิทธิภาพต่อไป”นางอรมนกล่าว
ที่ผ่านมา กรมได้ยกระดับสินค้าอัตลักษณ์ท้องถิ่นให้เติบโตอย่างยั่งยืน ผ่านการส่งเสริมการขึ้นทะเบียน GI อย่างครบวงจร โดยมีการบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการส่งเสริมการขึ้นทะเบียน ควบคุมคุณภาพ และขยายช่องทางการตลาด เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าท้องถิ่น พร้อมเสริมแกร่งผู้ประกอบการ GI ตามนโยบาย Quick Big Win ของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ โดยปัจจุบันมีสินค้า GI ไทย 243 รายการ จากแหล่งผลิตต่าง ๆ ทั่วประเทศ สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมกว่า 114,000 ล้านบาท
ดร.ธนิต กล่าวว่า BEDO พร้อมสนับสนุนแนวทางการดำเนินงานของกรมทรัพย์สินทางปัญญา โดยใช้ความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาเศรษฐกิจฐานชีวภาพมาช่วยในการขับเคลื่อนการคุ้มครองและต่อยอดสินค้า GI และมั่นใจว่าความร่วมมือครั้งนี้ จะช่วยต่อยอดภารกิจด้านการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากความหลากหลายทางชีวภาพและภูมิปัญญาท้องถิ่น เพราะทั้งสองหน่วยงานมีเป้าหมายตรงกันที่จะสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน ผ่านการปกป้องคุ้มครองสินค้า GI
และส่งเสริมการจัดทำระบบควบคุมคุณภาพสินค้า ซึ่งเมื่อสินค้าชุมชนได้รับการขึ้นทะเบียน GI ก็จะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มและยกระดับราคาสินค้าให้สูงขึ้น สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคว่าจะได้รับของที่มีคุณภาพจากแหล่งผลิตโดยตรง สร้างรายได้กลับสู่ชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม













