พาณิชย์ อบรมการใช้งานระบบฐานข้อมูลเพลง-ตัวแทนเก็บค่าลิขสิทธิ์ 18 พ.ย.นี้ ฟรี
พาณิชย์ อบรมการใช้งานระบบฐานข้อมูลเพลง-ตัวแทนเก็บค่าลิขสิทธิ์ 18 พ.ย.นี้ ฟรี
กรมทรัพย์สินทางปัญญาเตรียมจัดอบรมเชิงปฏิบัติการ 'การใช้งานระบบฐานข้อมูลเพลง และฐานข้อมูลตัวแทนจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์' วันที่ 18 พ.ย.นี้ ผ่านระบบออนไลน์ ฟรี เชิญชวนศิลปิน ผู้สร้างสรรค์ เจ้าของลิขสิทธิ์เพลง บริษัทจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์ ตัวแทน เข้าฟัง เพื่อเพิ่มเพลงในระบบ สนับสนุนการใช้งานเพลงอย่างถูกกฎหมาย ลดปัญหาความซ้ำซ้อนเก็บค่าลิขสิทธิ์ ป้องกันการแอบอ้าง และสร้างสมดุลระหว่างผู้ถือสิทธิ์และผู้ใช้งานเพลง
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมเตรียมจัดการอบรมเชิงปฏิบัติการ'การใช้งานระบบฐานข้อมูลเพลง และฐานข้อมูลตัวแทนจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์' ในวันที่ 18 พ.ย.2568 ผ่านระบบออนไลน์ ฟรี โดยเป็นการอบรมให้กับฝ่ายผู้ถือสิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญา ไม่ว่าจะเป็นศิลปิน ผู้สร้างสรรค์ บริษัทเจ้าของลิขสิทธิ์ บริษัทจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์ และตัวแทนผู้ได้รับมอบอำนาจ เพื่อสนับสนุนการใช้งานเพลงในเชิงพาณิชย์อย่างถูกกฎหมาย ลดปัญหาความซ้ำซ้อนในการจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์เพลง ป้องกันการแอบอ้างเป็นตัวแทนจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์โดยมิชอบ และสร้างสมดุลระหว่างฝ่ายผู้ถือสิทธิ์และฝ่ายผู้ใช้ประโยชน์งานเพลงอย่างเหมาะสม
โดยก่อนหน้านี้ กรมได้เปิดให้บริการระบบฐานข้อมูลเพลงอย่างเป็นทางการ เมื่อปลายเดือน ก.ย.2568 โดยมีฝ่ายผู้ถือสิทธิ์ที่เห็นประโยชน์จากการใช้งานระบบดังกล่าว นำข้อมูลเพลงเข้าสู่ระบบแล้วเกือบ 14 ล้านเพลง แบ่งเป็นเพลงไทยประมาณ 5.7 แสนเพลง และเพลงสากลประมาณ 13.3 ล้านเพลง ช่วยให้ผู้ประกอบการ ร้านค้า หรือสถานบริการที่ต้องการใช้ประโยชน์จากงานเพลง สามารถเข้าถึงข้อมูลเจ้าของสิทธิ์และตัวแทนผู้ได้รับมอบอำนาจจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์ได้ง่ายยิ่งขึ้น โดยมีผู้ใช้บริการค้นหาข้อมูลเพลงในระบบกว่า 4,200 ครั้ง
สำหรับ ระบบฐานข้อมูลตัวแทนจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์ มีส่วนสำคัญในการช่วยลดภาระการพิสูจน์ความถูกต้องของการมอบอำนาจ ผู้ประกอบการที่ใช้เพลง สามารถตรวจสอบข้อมูลของตัวแทนได้อย่างมั่นใจ นำไปสู่ระบบการจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์ที่มีมาตรฐาน เป็นธรรม ตรวจสอบได้ ช่วยลดข้อขัดแย้งระหว่างผู้ถือสิทธิ์และผู้ใช้งาน
ทั้งนี้ ผู้สนใจสมัครเข้าร่วมอบรมการใช้งานระบบฐานข้อมูลเพลงและฐานข้อมูลตัวแทนจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์ โดยลงทะเบียนผ่านลิงก์ https://qr.ipthailand.go.th/QVayKlQr ภายในวันที่ 17 พ.ย.2568 หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กองลิขสิทธิ์ กรมทรัพย์สินทางปัญญา โทร. 02-547-4704 หรืออีเมล์
นางอรมน กล่าวว่า ในปี 2568 กรมมีการจัดกิจกรรมส่งเสริมเพลงไทยและศิลปินไทย อาทิ การร่วมจัดงานเทศกาลดนตรี Bangkok Music City 2025 ซึ่งเป็นเวทีให้ศิลปินไทยได้แสดงผลงานและเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจดนตรีระดับโลก เพื่อส่งออกศิลปินไทยที่มีศักยภาพเข้าร่วมงานเทศกาลดนตรีระดับนานาชาติ และการจัดกิจกรรมเสวนา “จังหวะดนตรี จังหวะ IP” เพื่อต่อยอด Soft Power ด้วย Music IP เนื่องในวันทรัพย์สินทางปัญญาโลก รวมทั้งดำเนินการพัฒนาระบบฐานข้อมูลเพลง และฐานข้อมูลตัวแทนจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์ เพื่อยกระดับการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาในยุคดิจิทัลให้มีประสิทธิภาพและได้มาตรฐานยิ่งขึ้น
ข้อมูลรายงาน The IFPI Global Music Report 2024 ของสมาคมผู้บันทึกเสียงนานาชาติ หรือ International Federation of the Phonographic Industry (IFPI) ระบุว่า อุตสาหกรรมเพลงไทยกำลังมาแรงที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยในปี 2567 มีมูลค่าตลาดกว่า 3,400 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.1% และขยับขึ้นสู่อันดับที่ 26 ของโลก สะท้อนศักยภาพของอุตสาหกรรมเพลงไทยในฐานะ Soft Power ที่ช่วยสร้างรายได้ทางเศรษฐกิจและผลักดันศิลปินไทยก้าวสู่ตลาดโลกได้อย่างเต็มภาคภูมิ
กรมทรัพย์สินทางปัญญา หนุนเจ้าของลิขสิทธิ์เพลง ใช้ประโยชน์ 'ระบบฐานข้อมูลเพลง – ตัวแทนจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์'ตัวช่วยบริหารจัดการสิทธิอย่างโปร่งใสและมีประสิทธิภาพ
13 พฤศจิกายน 2025Thailandplusเศรษฐกิจ
กรมทรัพย์สินทางปัญญาเดินหน้าขับเคลื่อนแนวทางการบริหารจัดการลิขสิทธิ์เพลงให้โปร่งใส เป็นธรรม และตรวจสอบได้ ผ่านการส่งเสริมการใช้งานระบบ “ฐานข้อมูลเพลง” และ “ฐานข้อมูลตัวแทนจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์” ที่กรมได้พัฒนาขึ้นเพื่อสนับสนุนการใช้งานเพลงในเชิงพาณิชย์อย่างถูกกฎหมาย ลดปัญหาความซ้ำซ้อนในการจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์เพลง ป้องกันการแอบอ้างเป็นตัวแทนจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์โดยมิชอบพร้อมสร้างสมดุลระหว่างฝ่ายผู้ถือสิทธิและฝ่ายผู้ใช้ประโยชน์งานเพลงอย่างเหมาะสม
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เผยข้อมูลรายงาน The IFPI Global Music Report 2024 ของสมาคมผู้บันทึกเสียงนานาชาติ หรือ International Federation of the Phonographic Industry (IFPI) ซึ่งระบุว่า อุตสาหกรรมเพลงไทยกำลังมาแรงที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยในปี 2567 มีมูลค่าตลาดกว่า 3,400 ล้านบาท เติบโตขึ้นถึงร้อยละ 18.1 จากปีก่อนหน้า และขยับขึ้นสู่อันดับที่ 26 ของโลก สะท้อนศักยภาพของอุตสาหกรรมเพลงไทยในฐานะ Soft Power ที่ช่วยสร้างรายได้ทางเศรษฐกิจและผลักดันศิลปินไทยก้าวสู่ตลาดโลกได้อย่างเต็มภาคภูมิ
กรมทรัพย์สินทางปัญญาจึงเดินหน้าส่งเสริมอุตสาหกรรมเพลงไทยอย่างจริงจังต่อเนื่อง
โดยชูทรัพย์สินทางดนตรี (Music IP) เป็นหัวใจสำคัญของการสร้างรายได้ในยุคดิจิทัล และเตรียมพร้อมรับมือความท้าทายจากเทคโนโลยี AI และแนวโน้มของอุตสาหกรรมดนตรีสมัยใหม่ รวมถึงการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับภาคเอกชน เพื่อเปิดโอกาสให้ศิลปินไทยสามารถสร้างรายได้จากผลงานของตนได้อย่างยั่งยืน โดยในปี 2568 กรมมีการจัดกิจกรรมส่งเสริมเพลงไทยและศิลปินไทย อาทิ การร่วมจัดงานเทศกาลดนตรี 'Bangkok Music City 2025' ซึ่งเป็นเวทีให้ศิลปินไทยได้แสดงผลงานและเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจดนตรีระดับโลก เพื่อส่งออกศิลปินไทยที่มีศักยภาพเข้าร่วมงานเทศกาลดนตรีระดับนานาชาติ และการจัดกิจกรรมเสวนา 'จังหวะดนตรี จังหวะ IP'เพื่อต่อยอด Soft Power ด้วย Music IP เนื่องในวันทรัพย์สินทางปัญญาโลก รวมทั้งดำเนินการพัฒนาระบบฐานข้อมูลเพลง และฐานข้อมูลตัวแทนจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์ เพื่อยกระดับการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาในยุคดิจิทัลให้มีประสิทธิภาพและได้มาตรฐานยิ่งขึ้น
โดยเมื่อช่วงปลายเดือนกันยายน 2568 กรมได้เปิดให้บริการระบบฐานข้อมูลเพลงอย่างเป็นทางการ โดยมีฝ่ายผู้ถือสิทธิที่เห็นประโยชน์จากการใช้งานระบบดังกล่าว นำข้อมูลเพลงเข้าสู่ระบบแล้วเกือบ 14 ล้านเพลง แบ่งเป็นเพลงไทยประมาณ 5.7 แสนเพลง และเพลงสากลประมาณ 13.3 ล้านเพลง ช่วยให้ผู้ประกอบการ ร้านค้า หรือสถานบริการที่ต้องการใช้ประโยชน์จากงานเพลง สามารถเข้าถึงข้อมูลเจ้าของสิทธิและตัวแทนผู้ได้รับมอบอำนาจจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์ได้ง่ายยิ่งขึ้น โดยมีผู้ใช้บริการค้นหาข้อมูลเพลงในระบบกว่า 4,200 ครั้ง สะท้อนให้เห็นถึงประโยชน์ของระบบฐานข้อมูลที่ช่วยให้การตรวจสอบสิทธิและการใช้งานเพลงเชิงพาณิชย์ทำได้อย่างถูกต้อง โปร่งใส และลดข้อขัดแย้งทางกฎหมาย
นางอรมน กล่าวว่า เพื่อส่งเสริมให้ผู้เกี่ยวข้องสามารถใช้ประโยชน์จากระบบฐานข้อมูลเพลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ และขยายฐานข้อมูลให้มีขนาดใหญ่ยิ่งขึ้น กรมจึงเตรียมจัดการอบรมเชิงปฏิบัติการ 'การใช้งานระบบฐานข้อมูลเพลง และฐานข้อมูลตัวแทนจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์' ในวันที่ 18 พฤศจิกายน 2568 ผ่านระบบออนไลน์ ฟรี! โดยเป็นการอบรมฯ ให้กับฝ่ายผู้ถือสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา ไม่ว่าจะเป็นศิลปิน ผู้สร้างสรรค์ บริษัทเจ้าของลิขสิทธิ์ บริษัทจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์ และตัวแทนผู้ได้รับมอบอำนาจ เพื่อแนะนำขั้นตอนการใช้งานระบบฐานข้อมูลเพลง การนำเข้าข้อมูล รวมถึงกระบวนการขึ้นทะเบียนตัวแทนจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์ผ่านระบบ Zoom ซึ่งออกแบบมาให้ใช้งานได้อย่างสะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้น
โดยระบบฐานข้อมูลตัวแทนจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์จะมีส่วนสำคัญในการช่วยลดภาระการพิสูจน์ความถูกต้องของการมอบอำนาจ ขณะเดียวกันผู้ประกอบการที่ใช้เพลงก็สามารถตรวจสอบข้อมูลของตัวแทนได้อย่างมั่นใจ นำไปสู่ระบบการจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์ที่มีมาตรฐาน เป็นธรรม ตรวจสอบได้ ช่วยลดข้อขัดแย้งระหว่างผู้ถือสิทธิและผู้ใช้งาน ซึ่งผู้สนใจสมัครเข้าร่วมอบรมการใช้งานระบบฐานข้อมูลเพลงและฐานข้อมูลตัวแทนจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์ สามารถลงทะเบียนผ่านลิงก์ https://qr.ipthailand.go.th/QVayKlQr ภายในวันที่ 17 พฤศจิกายน 2568 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กองลิขสิทธิ์ กรมทรัพย์สินทางปัญญา โทร. 02-547-4704 หรืออีเมล์
สุดท้ายนี้ อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เน้นย้ำว่า กรมจะยังคงมุ่งมั่นยกระดับงานบริการทรัพย์สินทางปัญญาผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์อย่างต่อเนื่อง เพื่อนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาช่วยเพิ่ประสิทธิภาพในการบริหารจัดการสิทธิ และเป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินทางปัญญาอย่างยั่งยืน เพื่อเสริมแกร่งผู้ประกอบการไทยตามแนวทาง Big Quick Win ของกระทรวงพาณิชย์ต่อไป















