พาณิชย์ เกาะติดผักชี เร่งกระจายผลผลิตเข้าพื้นที่ขาดแคลน คาดสัปดาห์หน้าราคาลง
พาณิชย์ เกาะติดผักชี เร่งกระจายผลผลิตเข้าพื้นที่ขาดแคลน คาดสัปดาห์หน้าราคาลง
กรมการค้าภายในติดตามสถานการณ์ 'ผักชี'หลังราคาปรับตัวสูงขึ้น เผยได้รับผลกระทบจากฝนตก น้ำท่วม ทำผักเสียหาย ประสานผลผลิตจากแหล่งอื่นกระจายไปยังพื้นที่ขาดแคลนแล้ว คาดสัปดาห์หน้าปรับตัวเข้าสู่ภาวะปกติ พร้อมสั่งการเจ้าหน้าที่ออกตรวจสอบอย่างใกล้ชิด ป้องกันการเอารัดเอาเปรียบ
นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมได้ติดตามสถานการณ์การจำหน่ายผักในตลาดช่วงปลายฤดูฝน พบว่า ผักชีเป็นผักที่มีราคาจำหน่ายปรับสูงขึ้นกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยราคาผักชีเกรดดีที่มีความสมบูรณ์เฉลี่ยอยู่ที่กิโลกรัมละประมาณ 250 บาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่เฉลี่ยอยู่ราวกิโลกรัมละ 130 บาท ขณะที่ผักชีเกรดรอง ซึ่งได้รับความเสียหายบางส่วนจากฝนตก ยังคงมีจำหน่ายในตลาดในราคาประมาณ 130 บาทต่อกิโลกรัม
โดยกรมได้เร่งดำเนินการประสานความร่วมมือกับสมาคมตลาดกลางค้าส่งสินค้าเกษตรไทยและภาคเอกชน เพื่อกระจายผลผลิตจากแหล่งปลูกอื่นเข้าทดแทนในตลาด และลดความตึงตัวของราคา คาดว่าภายในสัปดาห์หน้า เมื่อผลผลิตจากแหล่งใหม่ทยอยออกสู่ตลาด ราคาผักชีจะเริ่มปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง
สำหรับ สาเหตุของการปรับขึ้นราคาผักในช่วงนี้ มาจากหลายปัจจัย ทั้งภาวะน้ำท่วมในพื้นที่เพาะปลูกที่ทำให้ผักบางส่วนได้รับความเสียหาย และสภาพอากาศที่มีฝนตกต่อเนื่อง ทำให้เกษตรกรไม่สามารถเตรียมแปลงเพาะปลูกใหม่ได้ทัน อีกทั้งผักชีที่อยู่ในช่วงเก็บเกี่ยวถูกฝนชุก ทำให้ใบช้ำหรือเน่า ต้องคัดแยกมากขึ้น ส่งผลให้ผักชีที่มีคุณภาพดีมีปริมาณลดลง ราคาจึงปรับสูงขึ้นตามคุณภาพสินค้า
ส่วนพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งไม่ใช่แหล่งปลูกหลัก ต้องขนส่งผักชีจากภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือไปจำหน่าย ทำให้ใช้เวลาขนส่งนานขึ้น ประกอบกับผักชีเป็นผักที่เน่าเสียง่าย จึงเกิดการสูญเสียระหว่างทางบางส่วน ส่งผลให้ผักชีเกรดสมบูรณ์มีราคาสูงกว่าปกติ
“กรมไม่ได้นิ่งนอนใจต่อสถานการณ์ดังกล่าว ได้เร่งประสานความร่วมมือกับสมาคมตลาดกลางค้าส่งสินค้าเกษตรไทย รวมถึงผู้ประกอบการค้าส่ง–ค้าปลีก และเครือข่ายสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อบริหารจัดการผลผลิตให้เพียงพอต่อความต้องการของตลาด โดยเฉพาะการนำผักชีจากแหล่งเพาะปลูกอื่นที่ไม่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม เช่น จังหวัดนครราชสีมา ชัยภูมิ ลพบุรี และสระบุรี เข้ามาทดแทนในตลาด เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนแล้ว”
นอกจากนี้ กรมได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดในทุกภูมิภาค และพร้อมเชื่อมโยงแหล่งผลิตอื่น กระจายไปในทุกพื้นที่อย่างทันท่วงที เพื่อดูแลราคาผักให้อยู่ในสถานการณ์ปกติตลอดช่วงปลายฤดูฝนนี้ และป้องกันไม่ให้เกิดการเอารัดเอาเปรียบประชาชน
DIT ลุยตรึงราคาผักชีปลายฝน! เร่งกระจายผลผลิตจากแหล่งอื่นเข้าทดแทน คาดราคาลดลงสัปดาห์หน้า
12 พฤศจิกายน 2025Thailandplusเศรษฐกิจ
นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า “กรมการค้าภายใน (DIT) ได้ติดตามสถานการณ์การจำหน่ายผักในตลาดช่วงปลายฤดูฝน พบว่า 'ผักชี' เป็นผักที่มีราคาจำหน่ายปรับสูงขึ้นกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยราคาผักชีเกรดดีที่มีความสมบูรณ์เฉลี่ยอยู่ที่กิโลกรัมละประมาณ 250 บาท (เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่เฉลี่ยอยู่ราวกิโลกรัมละ 130 บาท)
ขณะที่ผักชีเกรดรอง ซึ่งได้รับความเสียหายบางส่วนจากฝนตก ยังคงมีจำหน่ายในตลาดในราคาประมาณ 130 บาทต่อกิโลกรัม โดยกรมการค้าภายใน ได้เร่งดำเนินการประสานความร่วมมือกับสมาคมตลาดกลางค้าส่งสินค้าเกษตรไทยและภาคเอกชน เพื่อกระจายผลผลิตจากแหล่งปลูกอื่นเข้าทดแทนในตลาด และลดความตึงตัวของราคา คาดว่าภายในสัปดาห์หน้า เมื่อผลผลิตจากแหล่งใหม่ทยอยออกสู่ตลาด ราคาผักชีจะเริ่มปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง
นายวิทยากร กล่าวเพิ่มว่า “ในส่วนของสาเหตุของการปรับขึ้นราคาผักในช่วงนี้ มาจากหลายปัจจัย ทั้งภาวะน้ำท่วมในพื้นที่เพาะปลูกที่ทำให้ผักบางส่วนได้รับความเสียหาย และสภาพอากาศที่มีฝนตกต่อเนื่อง ทำให้เกษตรกรไม่สามารถเตรียมแปลงเพาะปลูกใหม่ได้ทัน อีกทั้งผักชีที่อยู่ในช่วงเก็บเกี่ยวถูกฝนชุก ทำให้ใบช้ำหรือเน่า ต้องคัดแยกมากขึ้น ส่งผลให้ผักชีที่มีคุณภาพดีมีปริมาณลดลง ราคาจึงปรับสูงขึ้นตามคุณภาพสินค้า
สำหรับ พื้นที่ภาคใต้ ซึ่งไม่ใช่แหล่งปลูกหลัก ต้องขนส่งผักชีจากภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือไปจำหน่าย ทำให้ใช้เวลาขนส่งนานขึ้น ประกอบกับผักชีเป็นผักที่เน่าเสียง่าย จึงเกิดการสูญเสียระหว่างทางบางส่วน ส่งผลให้ผักชีเกรดสมบูรณ์มีราคาสูงกว่าปกติ
“กรมการค้าภายใน ไม่ได้นิ่งนอนใจต่อสถานการณ์ดังกล่าว ได้เร่งประสานความร่วมมือกับสมาคมตลาดกลางค้าส่งสินค้าเกษตรไทย รวมถึงผู้ประกอบการค้าส่ง–ค้าปลีก และเครือข่ายสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อบริหารจัดการผลผลิตให้เพียงพอต่อความต้องการของตลาด โดยเฉพาะการนำผักชีจากแหล่งเพาะปลูกอื่นที่ไม่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม เช่น จังหวัดนครราชสีมา ชัยภูมิ ลพบุรี และสระบุรี เข้ามาทดแทนในตลาด เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน
กรมฯ ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดในทุกภูมิภาค และพร้อมเชื่อมโยงแหล่งผลิตอื่น กระจายไปในทุกพื้นที่อย่างทันท่วงที เพื่อดูแลราคาผักให้ปกติในตลอดช่วงปลายฤดูฝนนี้”นายวิทยากร กล่าวทิ้งท้าย















