หลักสูตรผู้บริหารรุ่นใหม่ธุรกิจไทย–จีน จัดอบรมพิเศษหัวข้อ ‘สงครามการค้าจีน–สหรัฐฯ และผลกระทบต่อไทย’ โดย รศ.ดร.สมภพ มานะรังสรรค์
หลักสูตรผู้บริหารรุ่นใหม่ธุรกิจไทย–จีน จัดอบรมพิเศษหัวข้อ ‘สงครามการค้าจีน–สหรัฐฯ และผลกระทบต่อไทย’ โดย รศ.ดร.สมภพ มานะรังสรรค์
หลักสูตรผู้บริหารรุ่นใหม่ธุรกิจไทย–จีน รุ่นที่ 2 (บทจ. Young 2) ได้จัดการอบรมพิเศษในหัวข้อ 'ผลกระทบด้านการค้า/สงครามทางการค้าระหว่างจีนและอเมริกา ประเทศไทยตกอยู่ที่ไหน'ณ โรงแรมดิ เอมเมอรัลด์ กรุงเทพฯ โดยได้รับเกียรติจาก รองศาสตราจารย์ ดร.สมภพ มานะรังสรรค์ อธิการบดีสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ เป็นผู้บรรยายให้ความรู้และวิเคราะห์เชิงลึกถึงพลวัตทางเศรษฐกิจระหว่างสองมหาอำนาจ พร้อมชี้โอกาสและความท้าทายของประเทศไทยในบริบทโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
หลักสูตรนี้ จัดขึ้นโดยความร่วมมือของสถาบันสื่อและบริหารธุรกิจไทย–จีน สมาคมผู้สื่อข่าวไทย–จีน และหอการค้าไทย–จีน โดยได้รับการสนับสนุนจากสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย และ China Media Group มีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้ด้านธุรกิจในบริบทไทย–จีน และส่งเสริมเครือข่ายความร่วมมือระหว่างผู้บริหารรุ่นใหม่จากภาครัฐ ภาคเอกชน และสื่อมวลชน เพื่อขับเคลื่อนความสัมพันธ์ไทย–จีนอย่างยั่งยืนในอนาคต
พลวัตเศรษฐกิจจีน: จากยุคเปิดประเทศสู่เวทีโลก
รศ.ดร.สมภพ เริ่มต้นการบรรยายด้วยการวิเคราะห์เส้นทางการเติบโตทางเศรษฐกิจของจีน นับตั้งแต่การอสัญกรรมของประธานเหมา เจ๋อตุงในปี 1976 จนถึงยุคของเติ้ง เสี่ยวผิง ที่ผลักดันนโยบายเปิดประเทศและปฏิรูปเศรษฐกิจในช่วงปลายทศวรรษ 1970 ทำให้จีนสามารถพัฒนาเศรษฐกิจจนเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในช่วงทศวรรษ 1990 เป็นต้นมา
เขาเน้นว่า จีนให้ความสำคัญกับ 7 ปัจจัยหลักในการพัฒนา ได้แก่ การขนส่ง, การสื่อสาร, การเงิน, ระบบเศรษฐกิจแบบตลาด, เทคโนโลยี, ทุนมนุษย์ และเสถียรภาพทางการเมือง โดยเฉพาะในด้านเทคโนโลยี จีนมุ่งเน้นการวิจัยและพัฒนาใน 5 สาขาหลัก ได้แก่ เครื่องจักรกล, เทคโนโลยีชีวภาพ, สารสนเทศ, นาโนเทคโนโลยี และหุ่นยนต์
4 รูปแบบเศรษฐกิจ: เข้าใจโครงสร้างพลวัตโลก
รศ.ดร.สมภพ ได้วิเคราะห์เศรษฐกิจโลกผ่านกรอบคิด 4 รูปแบบ ได้แก่:
- เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยทรัพยากรธรรมชาติ
ใช้ทรัพยากรในประเทศเป็นฐานรายได้ เช่น น้ำมัน แร่หายาก และสินค้าเกษตร ตัวอย่างเช่นประเทศในตะวันออกกลาง หรือจีนที่มีแร่ Rare Earth เป็นจำนวนมาก - เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยการผลิต
พัฒนาอุตสาหกรรมและห่วงโซ่อุปทาน เช่น จีนที่ขึ้นชื่อว่าเป็น ‘โรงงานโลก’ และสหรัฐฯ ในยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม - เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยบริการ
อาศัยรายได้จากบริการ เช่น การท่องเที่ยว การเงิน การศึกษา ตัวอย่างเช่น ไทย ญี่ปุ่น และสหรัฐฯ ที่มีรายได้จากบริการอาหาร บันเทิง และกีฬา - เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยการเงิน
เน้นการลงทุนและนวัตกรรมทางการเงิน เช่น สหรัฐฯ และสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งมีตลาดทุนที่ทรงอิทธิพลต่อเศรษฐกิจโลก
จีนกำลังเปลี่ยนผ่าน: จาก ‘โรงงานโลก’สู่เศรษฐกิจบริการ
ในขณะที่สหรัฐอเมริกาเริ่มกลับมาให้ความสำคัญกับการผลิตและทรัพยากรภายในประเทศ จีนกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านจากการเป็นประเทศอุตสาหกรรม ไปสู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยภาคบริการ ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยว บันเทิง กีฬา หรือบริการด้านสุขภาพ โดยมีปัจจัยสนับสนุนสำคัญ เช่น การขยายตัวของเมือง เทคโนโลยีดิจิทัล และ AI
การเปลี่ยนผ่านนี้ไม่เพียงแค่สะท้อนยุทธศาสตร์ใหม่ของจีน แต่ยังส่งผลกระทบต่อโครงสร้างเศรษฐกิจโลกและห่วงโซ่การผลิตที่ประเทศไทยเองต้องให้ความสำคัญ
บทเรียนสำหรับไทย: รับมือสงครามการค้าด้วยการพัฒนาภาคบริการ
รศ.ดร.สมภพ สรุปว่า ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลก ประเทศไทยควรมุ่งเน้นการพัฒนาภาคบริการควบคู่ไปกับการยกระดับภาคการผลิต โดยเฉพาะการเชื่อมโยงกับนวัตกรรม เทคโนโลยี และเศรษฐกิจดิจิทัล เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน
หลักสูตรผู้บริหารรุ่นใหม่ธุรกิจไทย–จีน รุ่นที่ 2 จึงไม่เพียงเป็นเวทีพัฒนาความรู้ด้านเศรษฐกิจและธุรกิจระหว่างประเทศ แต่ยังเปิดโอกาสให้ผู้นำรุ่นใหม่จากหลากหลายภาคส่วนได้มีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางความร่วมมือไทย–จีนในอนาคต















