Bitcast แนะแนวทางรับมือความเสี่ยง เตรียมพร้อมก่อนเข้าสู่ตลาดกระทิง

Bitcast แนะแนวทางรับมือความเสี่ยง เตรียมพร้อมก่อนเข้าสู่ตลาดกระทิง
Bitcast องค์กรผู้ให้ความรู้ด้านสินทรัพย์ดิจิทัลชั้นนำ ประกาศเคียงข้างนักลงทุนคริปโทฯ แนะแนวทางรับมือความเสี่ยง เตรียมพร้อมรับมือตลาดกระทิง ชี้ความสำคัญ Hardware Wallet ใช้งานง่าย ความปลอดภัยสูง
นายศุภกฤษฎ์ บุญสาตร์ ผู้ก่อตั้ง บริษัท ไทยบิทแคสต์ จำกัด และกรรมการสมาคมสินทรัพย์ดิจิทัลไทย เปิดเผยว่า ในปี 2567 ตลาดคริปโทเคอร์เรนซีเริ่มส่งสัญญาณขาขึ้น คาดการณ์ว่าปีนี้จะเป็นปีแห่งตลาดกระทิง (Bull run) ดึงดูดนักลงทุนหน้าใหม่จำนวนมาก ส่งผลให้ปริมาณการทำธุรกรรมในตลาดมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ทั้งนี้ การเก็บรักษาสินทรัพย์ดิจิทัลด้วยตัวเองจึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในการท่องโลกคริปโทเคอร์เรนซี Hardware Wallet หรือกระเป๋าเก็บคริปโทฯ แบบออฟไลน์ ถือเป็นวิธีเก็บรักษาที่ ปลอดภัยที่สุด และต้นทุนต่ำที่สุด
ในขณะที่ราคาบิทคอยน์เริ่มมีการปรับตัวสูงขึ้นแตะระดับ 50,000 ดอลลาร์ ประกอบกับ SPOT Bitcoin ETF ผ่านการอนุมัติ นักลงทุนต่างให้ความสนใจ ทั้งนักลงทุนรายย่อย และจากฟากฝั่งสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ระดับโลก อย่างไรก็ตาม สินทรัพย์ดิจิทัลยังนับว่าเป็นสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูง การสร้างพื้นฐานความรู้ ความเข้าใจในพื้นฐานเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัลจึงเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งพื้นฐานแรกที่ควรเข้าใจนั่น คือการเก็บรักษาอย่างถูกต้อง และถูกวิธี
นายศุภกฤษฎ์ เผยว่า Hardware Wallet หรือกระเป๋าเก็บคริปโทฯ แบบออฟไลน์ สามารถป้องกันการโจรกรรมทางไซเบอร์ได้ดีกว่าการเก็บไว้บนเว็บกระดานแลกเปลี่ยน หรือซอฟท์แวร์บนมือถือรวมไปถึงบนคอมพิวเตอร์ เปรียบเสมือนตู้เซฟสำหรับเก็บคริปโทฯ ผู้ใช้จะต้องตั้งรหัสผ่านและเก็บ Seed Phrase ซึ่งเป็นหัวใจของการเก็บรักษาไว้เป็นความลับ Hardware Wallet แต่ละรุ่นจะมีฟีเจอร์และราคาที่แตกต่างกัน ผู้ใช้ควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจเลือกซื้อ
“เชื่อว่านักลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลส่วนใหญ่จะเก็บคริปโทฯ อยู่ในรูปแบบ Hot Wallet ที่มีการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตตลอดเวลา เพื่อความสะดวกและง่ายในการใช้งานตลอดเวลา เช่น การเทรด การโอน เป็นต้น ซึ่งไม่ปลอดภัย 100% โดยเฉพาะหากเป็นการลงทุนระยะยาวที่ใช้เวลาหลายปี ไม่ควรเลือกที่จะเก็บสกุลเงินดิจิทัลไว้ในกระเป๋าเงินของกระดานหรือเว็บเทรดที่ดูเหมือนน่าเชื่อถือที่สุดก็ไม่ใช่ทางเลือกที่ดีสำหรับนักลงทุนระยะยาว
ในส่วนของแนวโน้มราคาบิทคอยน์ที่ช่วงนี้มีการพุ่งทะยานอย่างน่าจับตา คาดการณ์ว่าน่าจะเป็นผลมาจาก Spot Bitcoin ETF ที่ทำให้นักลงทุนสถาบันและรายย่อยเข้าถึง Bitcoin ได้มากขึ้น และแรงกดดันทางด้านราคาเนื่องจาก Discount ของ GBTC ในช่วงที่ผ่านมาลดลงไปอย่างต่อเนื่อง หลังจากการอนุมัติ Spot Bitcoin ETF มาแล้วประมาณ 1 เดือน
โดยส่วนตัวเป็นคนที่ถือครองระยะยาว ดังนั้นเรื่องพวกนี้เราต้องเอาชนะความโลภที่จะขาย หรือ ความโลภที่จะเข้าไปซื้อ ให้อยู่กับกฏของตัวเอง และการ DCA เป็นวิธีการที่ง่าย และให้ผลตอบแทนเฉลี่ยที่เหมาะสมกับเวลาที่ไม่ต้องใช้มากกับกลยุทธ์นี้ แต่ข้อเสียคือเราต้องมี Time Horizon ที่ยาวมากพอ
นายศุภกฤษฎ์ กล่าวต่อว่า ด้วยประสบการณ์ในแวดวงสินทรัพย์ดิจิทัลกว่า 7 ปี Bitcast ตั้งมั่นในการเป็นองค์กรที่ให้ความรู้เคียงคู่กับ Community เน้นการให้ความรู้ที่เป็นประโยชน์จริง เราเล็งเห็นถึงความสำคัญของการให้ความรู้ที่ถูกต้อง มุ่งเน้นความรู้ที่ใช้งานได้จริง นับว่าเป็นสิ่งที่จำเป็นจริงๆ ในปีนี้ การป้องกันความเสี่ยงถือเป็นพื้นฐานสำคัญ อยากให้นักลงทุนที่จะเข้ามาเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่ Bull run อย่างปลอดภัย
2658














